สตูลฤดูล่าแมงกะพรุนลอดช่องประมงเฮรายได้ดี

สตูลฤดูล่าแมงกะพรุนลอดช่องประมงเฮรายได้ดี

สตูล..ฤดูล่าแมงกะพรุนลอดช่อง ..ชาวประมงเฮ!!รายได้งาม พ่อค้ารับซื้อตัวละ 6 บาท เฉลี่ยรับวันละ 1,200 บาท

ชาวประมงริมทะเลในหลายพื้นที่ ของ จ.สตูล ได้แก่ อ.เมือง อ.ท่าแพ อ.ละงู และอ.ทุ่งหว้า ต่างนำเรือประมงออกล่าแมงกะพรุนลอดช่อง แทนการออกหาปลาในท้องทะเล หลังฤดูนี้มีแมงกะพรุนชุกชุม ในทะเลอันดามัน และเหล่าบรรดาแม่บ้าน ที่อาศัยริมชายฝั่งออกมารับจ้างในการแปรรูปทำแมงกะพรุนให้กับ พ่อค้าต่างถิ่น ที่เดินทางเข้ามารับซื้อแมงกะพรุนกันถึงหมู่บ้าน สร้างงาน รายได้งดงาม เหมือนเช่น จุดรับซื้อและแปรรูปแมงกะพรุน บ้านหาดทรายยาว หมู่ที่ 2 ต.ตันหยงโป อ.เมืองสตูล นายอับดุลฮาลีม ฮะยีบิลัง อายุ 56 ปี เล่าว่า ช่วงหลังไม่ได้ทำประมงโพงพางเพราะกฎหมายไม่อนุญาต จึงนำเรือออกล่าแมงกะพรุนมาร่วมสัปดาห์แล้ว นำเรือออกไปตั้งแต่เช้ากลับมาใกล้เที่ยง ได้แมงกะพรุนลอดช่องครั้งละไม่น้อยกว่า 200 ตัว พ่อค้ารับซื้อให้ตัวละ 6 บาทได้วันละ 1,200 บาท ส่วนวิธีจับแมงกะพรุนใช้การตักไม่ยุ่งยากสังเกตเป็นสีขาวจ้องให้ดีแล้วรีบตัก หากมัวช้าแมงกะพรุนก็จะหายไป ขณะที่ นางฉ๊ะ ตำแดสา อายุ 52 ปี แม่บ้านชาวประมง กล่าวว่า ตนและเพื่อนในหมู่บ้านออกมารับจ้างแปรรูปแมงกะพรุน ได้รับค่าจ้าง ชม.ละ 40 บาท วันหนึ่ง 8 ชม.ก็อยู่ได้ มีรายได้ช่วยคนในครอบครัวอีกทาง ขั้นตอนการทำก็ไม่ยากแค่ตัวแยกหัวตัว และหมักกับเกลือ และสารส้ม ค้างคืนไว้ก่อนนำมาแพ๊คส่งต่อ

นายเล็ก ชาวจันทบุรี เจ้าของแพรับซื้อแมงกะพรุน กล่าวว่า ขณะนี้ได้ตระเวนรับซื้อในพื้นที่ จ.ระนอง จ.กระบี่ และจ.สตูล ฝั่งทะเลอันดามัน จากชาวประมงในราคาแมงกะพรุนลอดช่องตัวละ 6 บาทวันหนึ่งรับซื้อประมาณ 3-4,000 ตัว และจ้างแรงงานชาวบ้านริมชายฝั่งเป็นแรงงานหญิง ชม.ละ 40 บาท ส่วนแรงงานชาย ชม.ละ 50 บาท ต่อคนวันละ 8 ชม.สร้างงาน และรายได้ให้คนในพื้นที่หมู่บ้านนั้น โดยแมงกะพรุนลอดช่องจะมีชุกในช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค.และจะเบาบางลง ซึ่งการแปรรูปจะแช่เกลือ สารส้ม และโซเดียมคาโบไฮเดรต ไว้เป็นเวลา 6 วันก่อนแพ๊ค ส่งต่อไปยัง ห้องเย็นมหาชัยซีฟู๊ด จ.สมุทรสาคร เพื่อส่งต่อให้บริษัทต่างประเทศที่นิยมกินแมงกะพรุนลอดช่อง อาทิ ประเทศจีน ฮ่องกง มาเลเซีย เกาหลี ญี่ปุ่น ปรุงเป็นเมนูกับข้าวทานกับข้าวต้ม และแทนเส้นก๋วยเตี๋ยว

ไฟไหม้บ่อขยะแม่สอดจนท.เร่งดับ-เฝ้าระวัง24ชม.

ไฟไหม้บ่อขยะแม่สอดจนท.เร่งดับ-เฝ้าระวัง24ชม.

ไฟไหม้บ่อขยะแม่สอด จ.ตาก เจ้าหน้าที่เร่งดับ พร้อมเฝ้าระวังตลอดคืน หวั่น ปะทุซ้ำ นายเทอดเกียรติ ชินสรนันท์ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จังหวัดตาก สั่งการให้ นายกุล เครือวีระ รองนายกเทศมนตรี นายถิระยุทธ ฉันติกุล รองนายกเทศมนตรี นายชาตรี สุขารมณ์ ปลัดเทศบาลนครแม่สอด และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบกองขยะ ที่ลุกไหม้ทั่วบริเวณ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพราะเกรงว่าจะเกิดความร้อนจากไฟ ทำให้ลุกไหม้กองขยะอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ดับเพลิง)

เทศบาลนครแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก และ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใกล้เคียง ต่างระดมรถน้ำ และรถดับเพลิงจำนวนนับ 10 คัน ไปดับไฟที่กองขยะเทศบาลนครแม่สอด ซึ่งตั้งอยู่ในหมู่ 10 ตำบลแม่ปะ อำเภอแม่สอด หลังได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้กองขยะ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ได้กระจายไปในหลายจุด เพื่อสกัดไฟ ที่กำลังลุกไหม้ แต่การดับเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะพื้นที่บ่อขยะเทศบาลนครแม่สอด เป็นบ่อขนาดใหญ่มาก โดยไฟยังคงลุกไหม้ต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่ต้องใช้น้ำระดมฉีดกองขยะที่ยังไม่ติดไฟ เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามไปได้ง่าย

ล่าสุด สามารถควบคุมพื้นที่ไม่ให้ไฟลุกลามได้แล้ว เหลือพื้นที่ ที่ยังลุกไหม้ประมาณ 20 % ซึ่งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงนครแม่สอดจะพลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง

ภาพประวัติศาสตร์ ซากเรือเซวอล ลอยลำกลับเข้าฝั่งเกาหลี

ภาพประวัติศาสตร์ ซากเรือเซวอล ลอยลำกลับเข้าฝั่งเกาหลี

สื่อเกาหลีเผยภาพซากเรือเซวอล ถูกนำวางขึ้นแท่นลอยน้ำ เพื่อลอยลำกลับเข้าสู่ท่าเรือ นับเป็นภาพลำเรือแบบเต็มลำในรอบ 3 ปี หลังจากเกิดโศกนาฏกรรม สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่ทางการเกาหลีใต้ยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติการกู้ซากเรือเซวอล เรือโดยสารที่อับปางลงเมื่อ 3 ปี เพื่อนำซากเรือกลับเข้าสู่ชายฝั่งและทำการตรวจสอบสาเหตุของโศกนาฏกรรมและค้นหาผู้ที่ยังสูญหายอยู่

สื่อท้องถิ่นได้เผยแพร่ภาพการเคลื่อนย้ายซากเรือเซวอล น้ำหนักกว่า 6,800 ตัน เพื่อวางขึ้นบนแท่น ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนย้ายเข้าสู่ชายฝั่งที่เกาะจินโด ห่างจากจุดที่เรือล่มราวๆ 90 กิโลเมตร โดยคาดว่าปฏิบัติการนี้น่าจะใช้เวลาอีกราวๆ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งภายหลังจากที่ซากเรือเซวอลถึงท่าเรือ ก็จะดำเนินการค้นหาผู้ที่ยังสูญหายอีก 9 คนก่อน และเริ่มตรวจสอบสืบสวนหาสาเหตุโดยละเอียดของโศกนาฏกรรมเรือล่มครั้งนี้ แม้ว่าในขณะนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว จะได้รับคำพิพากษารับโทษจากศาลไปเรียบร้อยแล้ว

การเก็บกู้ซากเรือเซวอล ยังเป็นหนึ่งในชนวนที่ทำให้ผู้ที่ต่อต้านอดีตประธานาธิบดีปาร์ค กึน ฮเย ลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง เนื่องจากมีความต้องการให้ดำเนินการกับเธอ ฐานอยู่เบื้องหลังในเหตุโศกนาฏกรรมดังกล่าว เพราะความล่าช้าในการเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ

รถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำถนนหนองจอกตาย3เจ็บ4

รถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำถนนหนองจอกตาย3เจ็บ4

เกิดเหตุ รถเก๋งซิ่งเสียหลักพลิกคว่ำ ตกร่องกลางถนน ปากซอยประชาสำราญ 3 ย่านหนองจอก เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บ 4 ราย ร.ต.อ.สุวิทย์ รตะไชยพัฒน์ รองสว.(สอบสวน) สน.หนองจอก รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพลิกคว่ำ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต บริเวณถนนประชาสำราญ ปากซอย ประชาสำราญ 3 แขวงและเขตหนองจอก ที่เกิดเหตุอยู่ข้างทางเป็นป่ารก พบรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีเทา ทะเบียน กง 2028 ฉะเชิงเทรา สภาพรถพลิกคว่ำล้อชี้ฟ้าเสียหายทั้งคัน ข้างรถพบศพนายนิรุช กุลเกิด อายุ 38 ปี สภาพศพนอนหงายจมกองเลือด

นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บกระเด็นอออกจากรถเก๋งอีก 6 ราย คือ นายอดิศักดิ์ ศักดิ์วิชิต อายุ 37 ปี //นางวารุณี ศักดิ์วิชิต อายุ 36 ปี น.ส.นฤมล คำคุ้ม อายุ 22 ปี// น.ส.จิฬาภร บุญแก้ว อายุ 51 ปี //ด.ญ.พรินทิพย์ พสิษฐ์โกศิน อายุ 8 ปี และ ด.ช.พีรเมษ์ พสิษฐ์โกศิน อายุ 5 ปี เจ้าหน้าที่เร่งส่งรักษาตัว รพ.หนองจอก ก่อนที่ น.ส.จิฬาภรและด.ญ.พรินทิพย์ ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

ร.ต.อ.สุวิทย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ขับรถเก๋งคันดังกล่าว เนื่องจากในที่เกิดเหตุผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บต่างกระจัดกระจายออกนอกรถทั้งหมด โดยขณะนี้ยังไม่สามารถทำการสอบสวนได้ ต้องรอให้ผู้บาดเจ็บมีอาการที่ดีขึ้นก่อน ถึงจะทำการสอบสวนหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง

โคราชฝนตกถนนลื่นรถทัวร์ชนกระบะเจ็บ22

โคราชฝนตกถนนลื่นรถทัวร์ชนกระบะเจ็บ22

จ.โคราชฝนตกหนัก ถนนลื่น ทำรถทัวร์เบรกไม่อยู่เสียหลักชนกระบะ เจ็บ 22 สาหัส 1 ร.ต.อ.ปัญญา ปะตังเวสา สว.(สอบสวน) สภ.พิมาย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้ง ว่ามีเหตุรถทัวร์โดยสารชนกับรถกระบะมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณถนนสายพิมาย – ตลาดแค ระหว่างหลัก กม.ที่ 2-3 หมู่ที่ 7 ต.ในเมือง อ.พิมาย หน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.พิมาย จึงรุดไปยังที่เกิดเหตุ ตรวจสอบพบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อเชฟ โรเลต สีขาว

หมายเลขทะเบียน ขก-3748 นครราชสีมา สภาพด้านหน้าพังเสียหายตกอยู่ในร่องน้ำริมถนน มีผู้บาดเจ็บติดอยู่ภายในบริเวณที่นั่งคนขับ 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายสมนึก อายุ 33 ปี กู้ภัยช่วยกันนำตัวออกมานำส่ง รพ.พิมาย โดยได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและใบหน้าอาการสาหัส

ส่วน ด.ช.ฐาปนวัฒน์ อายุ 4 ขวบ ลูกชายที่นั่งมาด้านข้างได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยหน่วยกู้ภัยนำส่ง รพ.ไปก่อนแล้ว และบริเวณริมถนนฝั่งตรงข้ามพบรถทัวร์โดยสาร 2 ชั้น สายกรุงเทพ – สุวรรณภูมิ หมายเลขทะเบียน 10 – 4441 ร้อยเอ็ด เลขข้างรถ ม 4 ข 935 ของบริษัทพรทวีชัยแอร์ พลิกตะแคงอยู่ในป่าข้างทาง หน่วยกู้ภัยกำลังช่วยกันลำเลียงผู้โดยสารที่ได้รับบาดเจ็บส่งรักษาตัวที่ รพ.พิมาย รวมผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งสิ้น 22 ราย อาการสาหัส 1 ราย สอบถามนายวินิจ อายุ 51 ปี บ้านเลขที่ 66 หมู่ 13 ต.สระคู อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด คนขับรถทัวร์โดยสารเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้รับผู้โดยสารมาทั้งหมด 46 คน จาก อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุมีฝนตกหนักประกอบกับถนนไม่มีไฟส่องสว่าง ระหว่างนั้นรถกระบะที่ขับอยู่ด้านหน้าของตน ก็ได้เลี้ยวกลับรถตัดหน้าอย่างกะทันหันทำให้ตนซึ่งขับตามมาติด ๆ เบรคไม่ทันจึงพุ่งชนรถกระบะตกไปอยู่ในร่องน้ำริมถนน ส่วนรถทัวร์ก็เสียหลักพลิกตะแคงข้ามไปอีกฝั่งของถนนจนเป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

แห่ช่วยหญิงคิดว่าเป็นศพจมน้ำ ดันลุกขึ้นมายืนเฉย เผยแค่ร้อนเลยมานอนแช่น้ำ

แห่ช่วยหญิงคิดว่าเป็นศพจมน้ำ ดันลุกขึ้นมายืนเฉย เผยแค่ร้อนเลยมานอนแช่น้ำ

เจ้าหน้าที่ระดมกำลังแห่ช่วยหญิงกลางคูน้ำ หลังคิดว่าเป็นศพจมน้ำ สุดท้ายกลับลุกขึ้นยืนได้เฉย เจ้าตัวเผยแค่ร้อนเลยมานอนแช่น้ำ ทำเอาฮาไปตามกัน

เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2560 เผยรายงานถึงภาพชวนอึ้งที่กำลังเป็นที่พูดถึงและถูกแชร์อย่างมากในโลกออนไลน์ โดยระบุว่า มีผู้ขี่รถมอเตอร์ไซค์รายหนึ่งแจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า พบหญิงสาวใส่เสื้อสีชมพู อายุประมาณ 20 ปี นอนจมน้ำอยู่ในคูคลองข้างถนน น้ำท่วมมิดตั้งแต่คอไปจนถึงเท้า คาดว่าอาจจะเสียชีวิตแล้ว เจ้าหน้าที่รีบนำกำลังหลายนายมายังที่เกิดเหตุ เมื่อมาถึงจึงรีบนำอุปกรณ์สะพานมาปีนเพื่อลงไปช่วยเหลือเป็นการด่วน ซึ่งขณะนั้นไม่ทราบว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ตั้งใจลงไปช่วยสุดความสามารถ แต่แล้วเมื่อเจ้าหน้าที่ลงไปถึงปรากฏว่าได้เจอกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด อยู่ ๆ หญิงรายดังกล่าวก็ลุกยืนขึ้นมาหน้าตาเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ภายหลังจากสอบถามพบว่าไม่มีอาการผิดปกติทางร่างกายหรือสมองแต่อย่างใด แต่สิ่งที่ทำให้เจ้าหน้าที่ประหลาดใจยิ่งไปกว่านั้นคือ หญิงรายนี้ได้บอกว่า “อากาศมันร้อน เลยมานอนแช่น้ำเพื่อให้ร่างกายเย็นขึ้น” ก็เท่านั้นเอง สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ประเทศฟิลิปปินส์ แต่ทั้งนี้จากรายงานไม่ได้ระบุแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อใด

พิษณุโลกฝนตกเก๋งประสานงากระบะดับ3ศพ

พิษณุโลกฝนตกเก๋งประสานงากระบะดับ3ศพ

จ.พิษณุโลก ฝนตกถนนลื่นเก๋งเสียหลักประสานงากระบะ สองผัวเมียดับคาซาก คู่กรณีตายที่ รพ. อีก 1 ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋ง ชนประสานงากับรถกระบะ

บริเวณถนนสายพิษณุโลก-บึงพระ หลังรับแจ้งจึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมแพทย์เวร และเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลินิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลก ที่เกิดเหตุ พบรถเก๋ง โตโยต้า สีบรอนซ์ ทะเบียน กท 3303 พิษณุโลก และมีผู้บาดเจ็บติดอยู่ในรถ 2 ราย เป็นชายและหญิง จนท.กู้ภัยจึง ได้ช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลพุทธชินราช แต่มี 1 ราย ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ห่างออกไปเล็กน้อยพบ รถกระบะนิสสัน บิ๊กเอ็ม ทะเบียน บว.5792 พิษณุโลก จอดอยู่ริมฟุตบาธ ฝั่งขาเข้าตัวเมือง ในสภาพด้านหน้าพังยับเยิน ภายในรถมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ติดอยู่ภายในรถ เป็นคนขับ ทราบชื่อ คือ นายเตียม ท้วมประดิษฐ์ อายุ 65 ปี ชาว ต.ท่าตาล อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก และอีกรายคือ นางจำรูญ ท้วมประดิษฐ์ อายุ 60 ปี ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน

เจ้าหน้าที่จึงนำร่างผู้เสียชีวิตนำส่งสถาบันนิติเวช รพ.พุทธชินราช เบื้องต้นพนักงานสอบสวน คาดว่า รถยนต์ทั้งสองคันได้ขับสวนทางกัน ประกอบกับช่วงเวลาที่เกิดเหตุเป็นช่วงที่มีฝนตกหนักจึงทำให้ถนนลื่น รถอาจเสียหลักพุ่งชนประสานงากันอย่างจัง เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

เก๋งคันใหม่เปลี่ยนเลนกะทันหัน ชนรถแตงโมพังยับ เจ็บ 3

เก๋งคันใหม่เปลี่ยนเลนกะทันหัน ชนรถแตงโมพังยับ เจ็บ 3

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งใหม่เอี่ยมคันหนึ่งเปลี่ยนเลนอย่างผิดกฏจราจร ทำให้เฉี่ยวชนเข้ากับรถบรรทุกสินค้าที่บรรทุกแตงโมมาเต็มคันรถ หนักกว่า 30 ตันอย่างรุนแรง บริเวณช่องทางขึ้นทางด่วนหนึ่งในเมืองฉู่จิ้ง มณฑลยูนนาน ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน

จนตัวรถเก๋งพังยับเยินเสียหายทั้งคัน ส่วนแตงโมที่บรรทุกมาในรถบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ก็เทกระจาดคว่ำกระจายเต็มพื้นถนน เป็นเหตุทำให้มีผู้คนได้รับบาดเจ็บ 3 คน ตามรายงานระบุว่า รถเก๋งคันดังกล่าวเป็นรถใหม่เพิ่งซื้อ ยังไม่ได้ติดป้ายทะเบียน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรระบุว่า สาเหตุเกิดจากรถเก๋งคันดังกล่าวขับเปลี่ยนเลนอย่างผิดกฎจราจรจึงทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวขึ้น

พร้อมออกมาเตือนถึงผู้ใช้รถใช้ถนนด้วยว่าให้คำนึงและปฏิบัติตามกฎจราจร ขณะขับเปลี่ยนเลนหรือเข้าโค้ง เป็นช่วงที่เกิดเหตุอันตรายได้ง่าย ควรชะลอความเร็วรถลงและขับขี่อย่างระมัดระวัง รวมทั้งไม่ควรขับเปลี่ยนเลนกะทันหันเพื่อป้องกันและหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

หิมะถล่มนร.ญี่ปุ่นสูญหาย3คน

หิมะถล่มนร.ญี่ปุ่นสูญหาย3คน

เกิดเหตุหิมะถล่มใส่กลุ่มนักเรียนญี่ปุ่น ล่าสุดสูญหาย 3 ราย คาดอาจมีผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ

สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงาน เกิดเหตุหิมะถล่มใส่กลุ่มนักเรียนญี่ปุ่น ที่สกี รีสอร์ท จังหวัดโทจิกิ ทางตอนเหนือของ โตเกียว เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บหลายรายและอาจมีผู้เสียชีวิตด้วย โดยมี 3 คนยังสูญหาย ตามที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่ามีกลุ่มครูและนักเรียน ราว 70 คน จากหลายโรงเรียนอยู่ในพื้นที่ในเวลาใกล้เคียงกัน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กำลังอยู่ระหว่างให้การช่วยเหลือและเร่งตรวจสอบจำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ปปส.สนธิกำลังทหาร-ตร.ค้นพื้นที่เป้าหมายยาเสพติด19จว.

ปปส.สนธิกำลังทหาร-ตร.ค้นพื้นที่เป้าหมายยาเสพติด19จว.

ปปส. สนธิกำลังทหาร-ตำรวจ เปิดปฏิบัติการประชารัฐร่วมใจ ค้น พื้นที่เป้าหมายยาเสพติด 19 จังหวัด

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พร้อมด้วย พลตำรวจตรี ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และเจ้าหน้าที่ทหาร เปิดปฏิบัติการ “1386 ทั่วไทย ประชาชนปลอดภัยจากยาเสพติด” ครั้งที่ 9/2560 ภายใต้แผนประชารัฐร่วมใจ สร้างหมู่บ้านชุมชนมั่นคง ปลอดภัยยาเสพติด ปฏิบัติการครั้งนี้ มีการจัดกำลังเจ้าหน้าที่จากสำนักงาน ป.ป.ส. ทหาร ตำรวจ รวมทั้งสิ้น 500 นาย ลงพื้นที่ระหว่างวันที่ 17 – 31 มีนาคม 2560 โดยมีพื้นที่เป้าหมาย 19 จังหวัด โดยดำเนินการกับเป้าหมายบุคคลรวม 182 ราย เป็นเป้าหมายที่ได้ข้อมูลจากการร้องเรียนของประชาชน 134 ราย การสืบสวนหาข่าว 38 ราย และจากการทำประชาคมหมู่บ้าน 10 ราย

สรุปผลจากปฏิบัติการฯ สามารถจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้ 60 ราย เป็นนักค้า (ครอบครองเพื่อจำหน่าย) 11 ราย ครอบครองยาเสพติด 2 ราย และผู้เสพ 47 ราย ยึดของกลางยาบ้า 201,946 เม็ด ไอซ์ กัญชา และอาวุธปืน/เครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง พร้อมทั้งยึดอายัดทรัพย์สินรวมมูลค่า 650,000 บาท โดยในส่วนผู้เสพนั้น ศป.ปส.อำเภอ จะส่งตัวเข้ารับการบำบัดรักษาต่อไป