พายุพัดถล่มเต็นท์งานจบศึกษาม.นครพนมพังยับ

พายุพัดถล่มเต็นท์งานจบศึกษาม.นครพนมพังยับ

เกิดพายุฝนพัดถล่ม จ.นครพนม ทำเต็นท์จัดงานมอบประกาศนียบัตรจบการศึกษาระดับอาชีวศึกษาพังยับ

ที่ จ.นครพนม ได้เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่ม ในเขตเทศบาลเมืองนครพนมและตำบลขามเฒ่า อ.เมือง ทำให้เต็นท์หน้าอาคารหอประชุมศรีโคตรบูรณ์ มหาวิทยาลัยนครพนม สถานที่จัดงานมอบประกาศนียบัตรจบการศึกษาระดับอาชีวศึกษา ประจำปี 2559 ได้รับความเสียหาย ทั้งหมด 11 หลัง โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งสำรวจความเสียหาย ด้านสถานีอุตุนิยมวิทยานครพนม แจ้งพยากรณ์อากาศประจำวันประกาศเตือนพายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย และฝนตกหนัก

ในช่วงวันที่ 31 มี.ค. – 4 เม.ย.2560 ประเทศไทยมีสภาวะอากาศแปรปรวนบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะทำให้มีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ และอากาศจะคลายความร้อนลง พร้อมเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากต้นไม้ใหญ่และสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรงไว้ด้วย

ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งเติมน้ำเข้าบึงสีไฟรักษาระบบนิเวศช่วงแล้ง

ผู้ว่าฯพิจิตรเร่งเติมน้ำเข้าบึงสีไฟรักษาระบบนิเวศช่วงแล้ง

ผู้ว่าฯพิจิตร เร่งเติมน้ำเข้าบึงสีไฟพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติรักษาระบบนิเวศส่งเสริมการท่องเที่ยว ช่วงฤดูแล้งนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร มอบนโยบายสั่งการให้ นายปิยะ วงศ์ลือชา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ลงพื้นที่บึงสีไฟซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำนานาชาติ ที่มีเนื้อที่กว่า 5,300 ไร่ โดยให้ทำการเติมน้ำเข้าสู่บึงสีไฟ เพื่อหล่อเลี้ยงระบบนิเวศให้บึงสีไฟมีสภาพสมบูรณ์ เนื่องจากในบึงสีไฟมีพืชน้ำและสัตว์น้ำที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติอยู่เป็นจำนวนมาก

อีกทั้งบึงสีไฟถือเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนหย่อนใจทางธรรมชาติที่สำคัญของจังหวัดพิจิตร จึงได้ทำการใช้วิธีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าจากแพส่งน้ำบ้านวังตาดี ซึ่งจะใช้ระยะเวลาการสูบน้ำเป็นเวลา 5 วัน คาดว่าจะเติมน้ำเข้าบึงสีไฟได้ประมาณ 150,000 ลูกบาศก์เมตร

ซึ่งก่อนหน้านี้กรมชลประทานได้ผันน้ำเข้าสู่บึงสีไฟมาแล้วกว่า 2 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงทำให้ขณะนี้บึงสีไฟมีความงดงามตามธรรมชาติและมั่นใจว่าในปีนี้คงจะไม่เกิดสภาพแห้งแล้งและจะไม่เกิดไฟไหม้บึงสีไฟเหมือนดั่งในอดีตที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

ปทุมฯระงับใช้อาคารชั่วคราวหลังไฟไหม้

ปทุมฯระงับใช้อาคารชั่วคราวหลังไฟไหม้

ปทุมธานี สั่งระงับใช้อาคาร 4 ชั้นจำนวน 3 คูหา หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท ล่าสุดเปิดการจราจรได้ตามปกติ

เทศบาลตำบลบ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี สั่งระงับใช้อาคารพาณิชย์ 4 ชั้นจำนวน 3 คูหา หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ พบมูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 80 ล้านบาท โดยเจ้าหน้าที่กองช่าง ได้นำแผงเหล็กมากั้นบริเวณ จุดเกิดเหตุ พร้อมทั้งนำผงซักฟอกมาทำความสะอาดพื้นผิวการจราจร บริเวณถนนรังสิต – ปทุมธานี ก่อนจะเปิดการจราจรได้ตามปกติ ซึ่งเหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง เพลิงจึงสงบ จากการตรวจสอบไม่พบผู้เสียชีวิตมีเพียงผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรสวนพริกไทย

ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบที่เกิดเหตุอีกครั้ง ว่าสาเหตุของเพลิงไหม้ในครั้งนี้ มาจากอะไร และจะสอบสวนเจ้าของบ้านด้วย ขณะที่นายเสฏฐวุฒิ ปุรินทราภิบาล รักษาการผู้อำนวยการ(ผ.อ.)กองช่างเทศบาลตำบลบ้านกลาง กล่าวว่า ได้ประสานวิศวกรโยธาจังหวัด มาตรวจสอบอาคารว่าจะสามารถใช่ต่อได้หรือไม่ โดยหากพบว่าไม่สามรถใช้งานต่อได้ก็จะสั่งห้ามเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมกันนี้ต้องรอให้สภาพตัวอาคารเย็นก่อน จึงจะตรวจสอบสาเหตุต่อไป

สลด! พบโลมาขาวจีนหายากถูกฆ่าชำแหละบนถนนในจีน

สลด! พบโลมาขาวจีนหายากถูกฆ่าชำแหละบนถนนในจีน

วันนี้ (31 มี.ค.) สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า มีชาวเน็ตผู้ใช้ไมโครบล็อกชื่อ @珠海同城会 ได้เผยแพร่ภาพสุดสลดหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจและเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสื่อโซเชียลมีเดียของจีนขณะนี้ โดยเป็นภาพของโลมาขาวจีนตัวหนึ่งที่ถูกฆ่าและถูกชำแหละออกเป็นชิ้นๆ

ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ตำบลหนึ่งในเขตจินวาน เมืองจูไห่ มณฑลกวางตุ้ง ทางชายฝั่งทะเลตอนใต้ของจีน โดยชาวเน็ตคาดการณ์กันว่าโลมาขาวจีนเคราะห์ร้ายตัวดังกล่าวยังเป็นเพียงลูกโลมาเท่านั้น โลมาขาวจีน (Chinese white dolphin) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า เซาซาไชเนนซิส (Sousa chinensis) ส่วนใหญ่กระจายพันธุ์ตามแถบชายฝั่งบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก มหาสมุทรอินเดีย พบเห็นได้บ่อยบริเวณทะเลจีนตะวันออก ได้รับฉายาว่าเป็น “แพนด้ายักษ์แห่งท้องทะเล”

เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองประเภทที่ 1 ของจีน หายากและเสี่ยงใกล้สูญพันธุ์เหมือนหมีแพนด้า ซึ่งการล่าและฆ่าถือเป็นความผิดร้ายแรงเหมือนกับการฆ่าหมีแพนด้ายักษ์ ขณะนี้เจ้าหน้าที่กรมประมงท้องถิ่นเมืองจูไห่กำลังเข้าตรวจสอบเรื่องราวดังกล่าว

ดราม่า! รถบรรทุกไฟไหม้ ชาวบ้านแห่ค้นเก็บสินค้ากลับบ้าน

ดราม่า! รถบรรทุกไฟไหม้ ชาวบ้านแห่ค้นเก็บสินค้ากลับบ้าน

หนังสือพิมพ์เดอะ ปักกิ่ง นิวส์ของจีนรายงานว่า วานนี้ (30 มี.ค.) เวลาประมาณ 10:20 น. ตามเวลาท้องถิ่น เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้รถบรรทุกขนาดใหญ่คันหนึ่งอย่างไม่ทราบสาเหตุ ขณะวิ่งอยู่บนทางด่วนสายหนึ่งช่วงเมืองเฉาหยาง มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน แต่คนขับไม่รู้ตัว ขับลากรถไฟไหม้นั้นต่อไปไกลอีกหลายกิโลเมตรจนควันลอยสูงและมีเศษชิ้นส่วนสินค้าถูกไฟไหม้หลุดร่วงลงมาตามพื้นถนน

โดยคนขับรถบรรทุกคันดังกล่าวเล่าว่า เขานำสินค้าซึ่งเป็นรองเท้าเด็กจำนวนกว่า 600 คู่ ชิ้นส่วนพลาสติกหลายร้อยชิ้น เครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าอื่นๆ มาจากมณฑลเจ้อเจียงเพื่อไปส่งยังย่านการค้าในเมืองเฉาหยาง ซึ่งเขาก็ทราบสาเหตุเช่นกันว่าเกิดไฟไหม้ได้อย่างไร เคราะห์ดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผจญเพลิงรีบรุดเข้าช่วยเหลือ และใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ ซึ่งระหว่างเจ้าหน้าที่จัดการกับเศษชิ้นส่วนสินค้าและอะไหล่รถอยู่นั้น ก็มีชาวบ้านที่อยู่ละแวกที่เกิดเหตุก็พากันมาหาค้นเก็บสินค้าที่ยังเกือบถูกไฟไหม้กันจำนวนไม่น้อย จนเกิดการตำหนิด่าทอกันตามมา แม้แต่ตำรวจจราจรยังทนไม่ไหวตวาดด่า หน้าไม่อาย! เขาประสบเหตุยังมาฉกชิงสิ่งของเขาไป หากเป็นคนในครอบครัวตัวเองล่ะจะทำยังไง

พิษพายุไซโคลน ซัดซากฉลามโผล่กลางถนนออสเตรเลีย

พิษพายุไซโคลน ซัดซากฉลามโผล่กลางถนนออสเตรเลี

เจ้าหน้าที่กู้ภัยฉุกเฉินรัฐควีนส์แลนด์ เตือนประชาชนอยู่ห่างจากพื้นที่น้ำท่วม หลังพบฉลามตัวหนึ่ง นอนเปื้อนโคลนตายอยู่กลางถนนในหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่ถูกถล่มอย่างหนักจากพายุไซโคลนเด็บบี้ ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

ศูนย์ดับเพลิงและสถานการณ์ฉุกเฉินของควีนส์แลนด์ ได้รับแจ้งมีผู้พบฉลามตัวหนึ่งซึ่งเป็นฉลามหัวบาตร พร้อมทั้งเตือนประชาชนให้อยู่ห่างจากพื้นที่น้ำท่วมใกล้กับแม่น้ำเบอร์เดคิน ในหมู่บ้านอายร์ รัฐควีนส์แลนด์

เจ้าหน้าที่คาดว่า ฉลามหัวบาตรตัวนี้ ได้ถูกพัดมากับกระแสน้ำจนเกยตื้น หลังพายุไซโคลนเด็บบี้พัด จนมานอนตายกลางถนน ทั้งนี้ พายุไซโคลนเด็บบี้ ที่มีความแรงระดับ 4 ด้วยความเร็วลม 263 กม./ชม. พัดขึ้นฝั่งรัฐควีนสแลนด์ของออสเตรเลีย หลังจากพายุลูกนี้พัดถล่มสร้างความเสียหายให้กับพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของออสเตรเลียมาแล้ว ทำให้ประชาชนหลายหมื่นคนไม่มีไฟฟ้าใช้ และเกิดดินถล่มบริเวณชายหาดโบเวนและแอร์ลีด้วย และในช่วงที่พัดขึ้นฝั่ง ได้ลดความรุนแรงลงเป็นระดับ 3

ศาลสั่งปรับ6คปพ.ค้านพรบ.ปิโตรเลียมคนละ3พันบาท

ศาลสั่งปรับ6คปพ.ค้านพรบ.ปิโตรเลียมคนละ3พันบาท

ศาลแขวงดุสิต สั่งปรับ 6 แกนนำ คปพ. ชุมนุมค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ คนละ 3 พันบาท ศาลแขวงดุสิต ถ.บรมราชชนนี อ่านคำพิพากษาในคดีที่ พนักงานอัยการคดีแขวง3 (ดุสิต) ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พันโท แพทย์หญิง กมลพรรณ ชีวพันธ์ศรี นายสรรพฤทธิ์ สันต์ทัศน์ธาร นายชัยวัฒน์ เตชะสิพันธุ์ นางศรีจันทร์ หงษ์พานิช น.ส.ประไพ วรากรณ์ และ นายพีรพล พัฒนจิตวิไล รวม 6 คน แกนนำ เครือข่ายประชาชนปฎิรูปพลังงานไทย (คปพ.) เป็นจำเลย ในความผิดฐานร่วมกันจัดการชุมนุมสาธารณะในรัศมี 150 เมตร จากพระราชวัง วังของพระรัชทายาท หรือของพระบรมวงศ์ตั้งแต่สมเด็จเจ้าฟ้าขึ้นไป

จากกรณีเมื่อวันที่ 30 มี.ค. 60 พวกจำเลย ซึ่งเป็นแกนนำกลุ่ม คปพ. พร้อมผู้ชุมนุมเคลื่อนขบวนจากหน้ารัฐสภา ไปทางพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฯ ซึ่งสภานิติบัญัติแห่งชาติ (สนช.)จะเสนอที่ประชุมพิจารณาวาระ 2 โดยได้ชุมนุมกันบริเวณทางเท้าใกล้สวนสัตว์ดุสิต หน้ารัฐสภา ถนนอู่ทองใน แขวงและเขตดุสิต กทม. ก่อนเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันจับกุมส่งพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ดำเนินคดีชั้นสอบสวนจำเลยรับสารภาพ

ศาลสอบถามพวกจำเลยแล้วให้การรับสารภาพโดยดี จึงพิพากษา สั่งปรับ จำเลยคนละ 6 พันบาท จำเลยรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งคงปรับจำเลยคนละ 3 พันบาทจากนั้นพวกจำเลยได้แยกย้ายกันไป

อุตุฯประกาศพายุฤดูร้อนในไทยฝนหนักภาคใต้ฉ.6

อุตุฯประกาศพายุฤดูร้อนในไทยฝนหนักภาคใต้ฉ.6

ประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ‘พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย และฝนตกหนักบริเวณภาคใต้’ ฉบับที่ 6 ประเทศไทยตอนบนมีสภาวะอากาศแปรปรวน บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่ และอากาศจะคลายความร้อนลง ซึ่งสภาวะอากาศดังกล่าวจะเกิดขึ้นตามภาคต่างๆ ดังนี้

ในวันที่ 31 มีนาคม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บริเวณจังหวัดเลย อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคตะวันออก: บริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา จันทบุรี และตราด ในช่วงวันที่ 1-2 เมษายน 2560 จะเกิดพายุฤดูร้อนเพิ่มมากขึ้นครอบคลุมดังนี้ ภาคเหนือ: บริเวณจังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: บริเวณจังหวัดเลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ภาคกลาง: บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา ชัยนาท อุทัยธานี สุพรรบุรี กาญจณบุรี ราชบุรี รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: บริเวณจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ และป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ในขณะที่เกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และระวังอันตรายที่เกิดจากลมกระโชกแรง และลูกเห็บตก ไว้ด้วย ในช่วงวันที่ 1-5 เมษายน 2560 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงอีกระลอกได้แผ่ลงมาปกคลุมประเทศจีนตอนใต้แล้ว และคาดว่าจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือและทะเลจีนใต้ในคืนนี้ (31 มี.ค.60) ในขณะที่ประเทศไทยมีอากาศร้อน ลักษณะเช่นนี้ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น ส่วนลมตะวันออกที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังปานกลางในช่วงวันที่ 1-4 เมษายน 2560 จะทำให้ภาคใต้มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง

พายุฤดูร้อนไม่ช่วย-เขื่อนลำตะคองเหลือน้ำ20%

พายุฤดูร้อนไม่ช่วย-เขื่อนลำตะคองเหลือน้ำ20%

เขื่อนลำตะคองเหลือน้ำ 20% ของความจุ ขณะผ.อ.สำนักงานชลประทานที่ 8 ยันเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภค

นายชิตชนก สมประเสริฐ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยถึงสถานการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคอง อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา ขณะนี้เขื่อนลำตะคองมีปริมาณน้ำใช้การอยู่ที่ 63 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือประมาณ 20% ของความจุเขื่อน โดยอิทธิพลพายุฤดูร้อนในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา (ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม ถึง 30 มีนาคม 2560) มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนลำตะคองเพียงแค่ 704,000 ลูกบาศก์เมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่น้อย เนื่องจากปริมาณฝนส่วนใหญ่จะตกลงในพื้นที่ท้ายเขื่อน

โดยในช่วงระยะนี้เขื่อนลำตะคองได้ลดปริมาณการปล่อยน้ำออกจากเขื่อน เพราะพื้นที่ท้ายเขื่อนยังคงได้ใช้ประโยชน์จากน้ำฝนที่ตกมาในการอุปโภคบริโภค โดยขณะนี้เขื่อนลำตะคองปล่อยน้ำออกจากเขื่อน 2 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 172,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่อย่างไรก็ตามปริมาณน้ำในเขื่อนลำตะคองที่มีอยู่ก็ยังเพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนไปจนถึงช่วงฤดูฝนในเดือนกรกฎาคมนี้อย่างแน่นอน

เก๋งเมาแล้วขับทับร่างสาวสวยดีกรีประกวดนางนพมาศลากไปไกลกว่า 2 ก.ม.

เก๋งเมาแล้วขับทับร่างสาวสวยดีกรีประกวดนางนพมาศลากไปไกลกว่า 2 ก.ม.

เมื่อคืนวันที่ 30 มีนาคม 2560 ที่ผ่านมาเกิดเหตุรถเก๋งโตโยต้าของ นายอุดร อายุ 39 ปี ชนกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ของ “น้องแอมเวย์” อายุ 19 ปี เซลล์สาวขายสมาร์ทโฟนแล้วลากไปไกลกว่า 2 กิโลเมตรจนเสียชีวิต ที่บริเวณถนนสายลำพูน-ป่าซาง ใกล้กับโรงเรียนส่วนบุญโญปถัมภ์ จ.ลำพูน

ซึ่งจากการสอบสวน นายอุดร คนขับที่อยู่ในอาการมึนเมาสุราได้ให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ขับรถไปดื่มเหล้ากับเพื่อนที่ ต.เหมืองง่า จ.ลำพูน จากนั้นตนเองกำลังจะกลับบ้าน แต่บังเอิญหลงทางมาจนถึงที่เกิดเหตุ และได้เลี้ยวกลับรถกะทันหัน ทำให้รถของน้องแอมเวย์เบรกไม่ทันจึงพุ่งเข้าชนรถของตัวเองอย่างจัง ด้วยความตกใจจึงรีบขับรถเพื่อหลบหนีไปไกลกว่า 2 กิโลเมตร

จากนั้นมีชาวบ้านได้ขี่รถตามมาและบอกให้หยุดเพราะมีคนติดอยู่ใต้ท้องรถ ซึ่งตนขอยอมรับผิดทุกข้อกล่าวหา ด้านญาติของ น้องแอมเวย์ ต่างรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่งจากการจากใจของน้องแอมเวย์อย่างกะทันหัน ซึ่งน้องแอมเวย์เป็นที่รักของทุกคนและเป็นคนหน้าตาดีกำลังมีอนาคตที่สดใส เคยประกวดเวทีนางนพมาศ และนางงามลำไยมาหลายครั้ง ตำแหน่งล่าสุดได้รางวัลชมเชย