อลังการ! เมืองฮาร์บินแกะสลักน้ำแข็งหิมะ สร้างมนุษย์หิมะยักษ์สูงกว่า 34 ม.

สำนักข่าวซินหัว ประเทศจีนรายงานว่า ในสวนสาธารณะที่ใช้จัดแสดงงานเทศกาลหิมะ ที่เมืองฮาร์บิน เมืองเอกของมณฑลเฮยหลงเจียง ได้สร้างมนุษย์หิมะขนาดยักษ์สูงกว่า 34 เมตรขึ้น โดยใช้ก้อนน้ำแข็งจากหิมะมากถึง 21,000 ลูกบาศก์เมตร มาแกะสลักให้เป็นมนุษย์หิมะยักษ์ ขนาดครึ่งตัวนี้ นอกจากนี้ทางทีมงานยังพยายามเร่งแกะสลักปราสาทสไตล์ยุโรปบริเวณรอบตัวมันด้วย

โดยทางนักออกแบบและทีมงานคาดว่าจะสามารถแกะสลักมนุษย์หิมะยักษ์พร้อมปราสาทแสนหรูนี้ให้แล้วเสร็จในวันที่ 20 ธันวาคม ที่จะนี้ ซึ่งจะเป็นประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะที่สูงที่สุดในงานเทศกาลครั้งนี้

รร.ในจีนจัดให้นักเรียนกว่า 400 คน สอบกลางสนามท่ามกลางหมอกควันหนา

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พื้นที่ในเมืองอันหยาง มณฑลเหอหนาน ประสบปัญหามลพิษทางอากาศอย่างหนักติดต่อกันนานหลายวัน คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเมืองหลินโจว ในเมืองอันหยาง จึงได้ประกาศสั่งหยุดการเรียนการสอนทั้งโรงเรียนระดับอนุบาล ประถม และมัธยมทั้งหมด

แต่ทั้งนั้นก็ยังมีโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอหลินฉี ที่ไม่เพียงแค่ยังเปิดทำการเรียนการสอนอยู่ แต่ยังจัดให้นักเรียนกว่า 400 คน ตั้งโต๊ะเรียนแล้วทำการสอบกลางกีฬา ท่ามกลางกลุ่มหมอกควันหนาที่แผ่ปกคลุมทั่วทั้งสนาม จนวานนี้ (20 ธ.ค.) ผู้ปกครองหลายคนต้องโทรศัพท์แจ้งสื่อ

ตามรายงานระบุว่า จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงเรียนดังกล่าวพบว่า หลังโรงเรียนดังกล่าวทราบว่านักข่าวจะเข้าไปตรวจสอบ ทางโรงเรียนจึงได้ประกาศหยุดเรียนชั่วคราว พร้อมทั้งยกเลิกการสอบด้วย โดยนักเรียนมัธยมต้นคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า จริงๆ แล้วโรงเรียนจัดสอบตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา เช้าสอบ 2 วิชา บ่ายอีก 2 วิชา ซึ่งนักเรียนทุกคนล้วนเข้าสอบหมด

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งถามกันว่า ทำไมโรงเรียนยังทำการเรียนการสอน ซ้ำยังจัดสอบนอกอาคารเรียนอีก ทั้งที่มีประกาศสั่งให้โรงเรียนหยุด เพราะปัญหาหมอกควันรุนแรงแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงว่า การสอบดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 19 ธ.ค. ซึ่งเวลานั้นถึงแม้จะมีกลุ่มหมอกควันก็จริงแต่ไม่ได้รุนแรง แต่เมื่อมีประกาศออกมาในช่วงบ่ายก็ได้ยกเลิกการสอบทั้งหมดและหยุดเรียนตามประกาศทันที

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสงสัยถึงข้อมูลที่นักเรียนและทางโรงเรียนเผยออกมาขัดแย้งกัน โดยทางนักเรียนบอกว่ามีการสอบทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย แต่ทางโรงเรียนกลับบอกว่าประกาศยกเลิกทุกอย่างในตั้งแต่ช่วงบ่าย ทั้งยังมีคนแจ้งว่ายังมีการทำการสอบอยู่จนกระทั่งถึงวานนี้

หิมะตกขาวโพลนในทะเลทรายซาฮาร่าในรอบ 37 ปี

เมื่อพูดถึงทะเลทรายเราก็คงจะคิดถึงแสงแดดร้อนระอุ ไร้เมฆ ไม่มีต้นไม้ ขาดน้ำ หรือเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่แห้งแล้งสุดๆ แต่ใครจะไปคิดว่าพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดอย่างทะเลทรายซาฮาร่าจะมีหิมะตกได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “คาริม บูเชตาตา” (Karim Bouchetata) ช่างภาพมือสมัครเล่นรายหนึ่งได้ถ่ายภาพสุดแสนหายากจำนวนหนึ่งได้ ซึ่งภาพเหล่านี้ได้รับความสนใจและเป็นที่ฮือฮาของผู้คนจำนวนมากโดยภาพดังกล่าวเป็นภาพหิมะสีขาวโพลนที่ตกปกคลุมผืนทรายสีส้มในทะเลทรายซาฮาร่า ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 37 ปี

ตามรายงานระบุว่า เขาถ่ายภาพดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของทะเลทรายซาฮาร่าทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ส่วนที่อยู่ใกล้กับเมืองเซฟรา (Ain Sera) เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในประเทศแอลจีเรีย ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอตลาส (Atlas) ทางตอนเหนือของทะเลทราย

โดยปรากฏการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1979 ซึ่งครั้งนั้นพายุหิมะที่พัดผ่านมาทำให้ทั่วทั้งทะเลทรายกลายเป็นสีขาว แต่ก็อยู่ได้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ทั้งนี้ คาริมเผยว่า ทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นหิมะตกในทะเลทราย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและหาดูได้ยากมาก

หญิงสุดสร้างสรรค์ ทำตุ๊กตาซอมบี้ ขายดีราคาสูงถึงตัวละ 2 แสนกว่า

หญิงชาวอเมริกันทำตุ๊กตาสไตล์ผีดิบซอมบี้ เขี้ยวโผล่ เลือดหยด ผิวช้ำ ออกวางจำหน่าย ขายดีราคาสูงถึงตัวละ 2 แสนกว่าบาท

สื่อต่างประเทศรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ หญิงชาวอเมริกันคนหนึ่งชื่อ “Bean Shaine” วัย 36 ปี ได้สร้างสรรค์ประดิษฐ์ตุ๊กตาที่มีลักษณะโดดเด่นไม่ค่อยเหมือนใครออกมาสไตล์หนึ่ง ซึ่งสร้างรายได้และผลกำไรให้เธอได้ไม่น้อยเลย โดยผลงานตุ๊กตาที่เธอทำนั้นไม่ค่อยใกล้เคียงกับความว่าน่ารักสักเท่าไหร่ เพราะเป็นตุ๊กตาแนวผีดูดเลือดหรือแวมไพร์ ผีดิบ ซอมบี้ เขี้ยวโผล่ ผิวช้ำมากกว่า

ตามรายงานระบุว่า เธอเคยทำตุ๊กตาสไตล์ผีดิบซอมบี้ที่คล้ายกันนี้ออกมา แล้วมอบเป็นของขวัญให้กับเพื่อน จากนั้นก็เริ่มลงมือทำจริงจังจนเป็นธุรกิจของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ตุ๊กตาที่เธอทำออกมามีราคาสูงถึงตัวละ 5,000 ปอนด์ หรือราวๆ 222,742 บาทเลยทีเดียว

ช็อกโกแลตเอาใจสาว ๆ กับสูตรช่วยลดการปวดประจำเดือน

บริษัทช็อกโกแลตสวิตฯ คิดค้นผลิตช็อกโกแลตสมุนไพรเอาใจสุภาพสตรี ช่วยบรรเทาอาการปวดและปรับสมดุลอารมณ์ในช่วงวันนั้นของเดือน

ในบรรดาขนมหวานชิ้นโปรดของสาว ๆ หลายคน เชื่อว่าหนึ่งในนั้นจะต้องมีช็อกโกแลตอยู่อย่างแน่นอน แต่จะดีแค่ไหน หากมีช็อกโกแลตชนิดพิเศษที่สามารถช่วยสาว ๆ เรื่องประจำเดือนได้ด้วย ทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้นในช่วงวันนั้นของเดือน ได้ยินแค่นี้ก็ชวนให้รู้สึกว้าวขึ้นมาทันทีเลยทีเดียวเชียว

เว็บไซต์อ็อดดิตี้เซ็นทรัล ได้หยิบเรื่องราวน่าสนใจนี้มาให้ได้ชมกันเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2559 โดยระบุว่า มาร์ค วิดเมอร์ (Marc Widmer) บริษัทผู้ผลิตขนมหวานในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ได้คิดค้นผลิตช็อกโกแลตสูตรพิเศษที่มีชื่อว่า Frauenmond (แปลว่า พระจันทร์เพศหญิง ในภาษาเยอรมัน) โดยช็อกโกแลตที่ว่านี้จะมีคุณสมบัติช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน โดยไม่มีผลข้างเคียงที่เป็นอันตราย โดยจะประกอบไปด้วยส่วนผสมหลัก ๆ คือ โกโก้ 60% และสมุนไพรมากมายถึง 17 ชนิดจากเทือกเขาต่าง ๆ ในสวิตเซอร์แลนด์

วิดเมอร์ เชฟอาหารหวานชื่อดังที่มากด้วยประสบการณ์จากหลาย ๆ โรงแรมชั้นนำในสวิตเซอร์แลนด์ เผยว่า มีไอเดียการทำช็อกโกแลตเพื่อผู้หญิงนี้มาตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว หลังจากได้พบกับกลุ่มครอบครัวผู้ผลิตชา ที่มีการปรึกษากันเรื่องการนำสมุนไพร 17 ชนิด มาใช้ชงเป็นชาที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือน จากนั้นจึงได้ตั้งทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการสกัดน้ำมันหอมระเหยและผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดด้วยพืช มาร่วมกันคิดค้นปรับสูตรดังกล่าวนำไปใช้กับช็อกโกแลต ซึ่งใช้เวลาอยู่นานหลายเดือน

หนึ่งในตัวแทนทีมวิจัยสูตรช็อกโกแลต เผยว่า “Frauenmond เป็นช็อกโกแลตเพื่อสุขภาพที่ทำออกมาสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ ไม่เพียงแต่จะให้พวกเธออารมณ์ดี แต่ยังช่วยให้สามารถรับมือกับอาการปวดประจำเดือนได้ดีขึ้นด้วย”

อย่างไรก็ดี ทางบริษัทยังคงยืนยันว่าช็อกโกแลตสมุนไพรนี้ยังคงจัดเป็นขนมหวาน ไม่ใช่สินค้าที่เกี่ยวกับยารักษาโรคแต่อย่างใด เพียงแต่มีสรรพคุณช่วยเรื่องอารมณ์และบรรเทาอาการปวดประจำเดือนของผู้หญิงได้บ้าง ขณะที่ด้านผู้เชี่ยวชาญ มีความเห็นว่า การรับประทานดาร์กช็อกโกแลตเพียงลำพังในปริมาณที่เหมาะสม ก็สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนได้เช่นกัน

สำหรับเรื่องราคานั้น ช็อกโกแลต Frauenmond หนึ่งแท่ง ขนาด 100 กรัม อยู่ที่ประมาณ 12.50 ฟรังก์สวิส หรือราว 450 บาท และนับว่าเป็นข่าวดีสำหรับสาว ๆ เอเชียเลยทีเดียว เพราะทางบริษัทมีแผนที่จะมาเปิดตลาดเอเชียในปีหน้านี้ด้วย

นางแบบสาวจีนสวมบิกินี่ขึ้นเขาท้าลมหนาว

อื้อหือแซ่บ เว็บไซต์จีนจัดอีเว้นท์พาเหล่านางแบบสาวสวยขึ้นภูเขาไปทำกิจกรรมสนุก ๆ รับลมหนาว งานนี้จัดว่าเด็ด เพราะเหล่านางแบบมากันในชุดบิกินี่สุดเซ็กซี่

เทรนด์การไลฟ์สดกำลังเป็นที่นิยมในโลกออนไลน์เป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะขายของ กินข้าว ไปเที่ยว รีวิวสินค้า ฯลฯ ก็จัดกันผ่านไลฟ์ทั้งนั้น ในประเทศจีน การไลฟ์สดโชว์กิจกรรมต่าง ๆ นั้นไม่ใช่แค่เพียงแต่เป็นที่นิยมเท่านั้น แต่กำลังมาแรงแซงทางโค้งเป็นอย่างมาก

เว็บโฮสต์ หรือเว็บไซต์ผู้ให้บริการไลฟ์ต่างก็แข่งขันกันอย่างหนัก หากิจกรรมต่าง ๆ นานามาเรียกความสนใจจากเหล่าชาวเน็ต และล่าสุดหนึ่งในเว็บโฮสต์ได้จัดกิจกรรมดึงดูดใจที่เรียกได้ว่าฮือฮาเป็นอย่างมาก โดยจากการรายงานของเว็บไซต์เซี่ยงไฮ้อิสต์ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 เผยว่า กิจกรรมไลฟ์สดในครั้งนี้ ถ่ายทอดกันบนภูเขาสูง และนางเอกของงานคือสาว ๆ นางแบบในชุดบิกินี่ !

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นบนยอดเขาสูง 5,000 เมตร ที่ตั้งอยู่ในมณฑลเสฉวน ประเทศจีน กิจกรรมในครั้งนี้คือการแข่งขันโชว์สกิลสู้หนาว สาว ๆ ที่ได้รับลมหนาวในครั้งนี้มีด้วยกันทั้งหมด 10 คน แบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 5 คน แต่ละทีมต้องแข่งกันปั้นตุ๊กตาหิมะและปาบอลหิมะใส่กัน ท่ามกลางอุณหภูมิหนาวเหน็บ 5 องศาเซลเซียส

การไลฟ์สดในครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ โดยในระยะเวลาสั้น ๆ มีผู้ชมกดเข้ามาดูมากกว่า 100,000 ราย เอ็นจอยกับกิจกรรมสนุกสนานครื้นเครงของเหล่าสาว ๆ โดยขณะที่ถ่ายทอด ถึงแม้ว่าพวกเธอจะแฮปปี้กันดี แต่ก็มีตัวสั่นงันงกกันบ้าง และบ่นกันเป็นระยะด้วยว่า หนาวสุด ๆ ไปเลยค่า
นางแบบสาวจีนสวมบิกินี่ขึ้นเขาท้าลมหนาว พร้อมไลฟ์สดให้แฟน ๆ ชม

ทั้งนี้ การไลฟ์สดโชว์กิจกรรมต่าง ๆ โดยเฉพาะสาว ๆ เซ็กซี่นั้นเป็นที่แพร่หลายอย่างมากในจีน แต่ก็เป็นที่เพ่งเล็งอย่างมากเช่นกัน โดยในปีนี้ รัฐบาลจีนกวาดล้างเว็บไซต์โชว์ไลฟ์ลามกอนาจารมาแล้วหลายเว็บ และล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมา แคมเกิร์ลคนดังก็ถูกตำรวจจับ หลังจากเผยแพร่ไลฟ์สดโชว์ “เล่นเซ็กส์แบบสวิงกิ้ง” ซึ่งจะเรียกว่า ไลฟ์ดับอนาคตก็ว่าได้ เพราะมันทำให้เธอโดนปรับเป็นเงินหลายแสนบาท และต้องโทษจำคุกถึง 4 ปีเลยทีเดียว (อ่านเพิ่มเติมที่ : โดนหนัก ! เน็ตไอดอลสาวจีนเจอคุก 4 ปี เหตุโพสต์คลิปโป๊-สวิงกิ้ง เรียกไลค์)

ไฟไหม้ญี่ปุ่นลามใหญ่ วอดหนัก 140 หลัง-ดับเพลิงนาน 10 ชม.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 เว็บไซต์เทเลกราฟ รายงานว่า เกิดไฟไหม้ที่ร้านขายราเมนแห่งหนึ่งในเมืองอิโตอิกาวะ จังหวัดนีกาตะ จนเป็นเหตุให้เพลิงเผาวอดบ้านเรือนและอาคารต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้แล้ว

ทั้งนี้ได้เกิดเหตุไฟไหม้ในช่วงเช้าที่ร้านราเมนแห่งหนึ่ง และด้วยกระแสลมที่แรงกว่า 56 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ลมพัดพาเอาเพลิงไปติดบ้านเรือนรวมถึงอาคารต่าง ๆ กว่า 140 หลัง จนเจ้าหน้าที่ต้องระดมหน่วยกู้ภัยจากจังหวัดใกล้เคียงมาช่วยกันดับไฟ และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในช่วงสายของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการดับเพลิงนานกว่า 10 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย โดยผู้หญิงคนหนึ่งได้สูดควันเข้าไปและอีกคนหกล้ม ด้านเจ้าหน้าที่ได้ออกประกาศให้มีการอพยพบ้านเรือน 360 หลัง ที่เข้าข่ายอยู่ในความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้แล้ว

ด้านร้านราเมนดังกล่าว ตั้งอยู่ใจกลางย่านช้อปปิ้ง และในบริเวณนั้นก็มีบ้านเก่าที่ทำจากไม้เป็นจำนวนมาก

ส่วนเฟซบุ๊ก สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการตรวจสอบแล้ว พบว่า ไม่มีคนไทยได้รับบาดเจ็บ หรือเสียชีวิต หรือต้องอพยพจากพื้นที่ดังกล่าว

สำหรับเมืองอิโตอิกาวะ ตั้งอยู่ติดชายฝั่งทะเลญี่ปุ่นในจังหวัดนีกาตะ ห่างจากกรุงโตเกียว 260 กิโลเมตรไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ส่วนสาเหตุของเพลิงไหม้ครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสืบสวน

เตือนภัยคนชอบชาร์จแบตฯ มือถือไว้ใต้หมอน

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงประเทศอังกฤษโพสต์เตือนประชาชน ให้ระวังเรื่องไฟ อย่าชาร์จแบตฯโทรศัพท์มือถือแล้วยัดไว้ใต้หมอน มิฉะนั้นจะเกิดอันตราย ไฟลุกไหม้ได้ไม่รู้ตัว พร้อมมีภาพตัวอย่างให้ดูด้วย

ในทุกวันนี้ สมาร์ทโฟนคือของสำคัญที่หลายคนต้องพกติดตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะไว้แชท เล่นเกมส์ โทรศัพท์ ดูหนังฟังเพลง หรือติดต่อธุระสำคัญที่จำเป็น เมื่อถึงเวลาเข้านอน ก็มักจะชอบชาร์จแบตเตอรีทิ้งเอาไว้ เพื่อให้ตอนตื่นเช้ามามีแบตฯ เต็มและพร้อมใช้งาน นอกจากนี้หลาย ๆ คนมักจะวางโทรศัพท์มือถือที่กำลังชาร์จเแบตฯ ไว้ใกล้ตัวมากที่สุดขณะที่หลับ ไม่ว่าจะเป็นข้างเตียง บนเตียง หรือใต้หมอน เพื่อความสะดวกเมื่อต้องการใช้ แต่รู้หรือไม่ว่า การทำแบบนี้เป็นอันตรายมากกว่าที่คิด

สำหรับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2559 เว็บไซต์เมโทร รายงานว่า คริส โอคอนเนอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงแห่งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ได้ออกมาประกาศเตือนประชาชนว่า การใช้สมาร์ทโฟนซึ่งเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นั้นต้องระวังให้มาก พร้อมกันนี้ยังได้มีการโพสต์รูปภาพโทรศัพท์มือถือที่ไหม้เกรียม เพราะชาร์จแบตฯ ทิ้งเอาไว้ใต้หมอนอีกด้วย

“ใครก็ตามที่ได้รับของขวัญปีใหม่เป็นสมาร์ทโฟน แน่นอนว่าต้องดีใจและวางไม่ลง แต่ไม่ว่าคุณจะรักมือถือเครื่องนั้นมากขนาดไหน กรุณาอย่าเอามันมาวางไว้ใต้หมอนเลยครับ โทรศัพท์มือถือคืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และแน่นอนว่ามันสามารถเกิดไฟลุกขึ้นมาเผาเตียงคุณได้ทุกเมื่อ ถ้าไม่ระวัง” เจ้าหน้าที่โอคอนเนอร์กล่าว

สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น ก็เพราะว่า เมื่อโทรศัพท์มือถือถูกนำไปไว้ใต้หมอน มันสามารถได้รับความร้อนอย่างมาก ซึ่งร้อนมากพอที่จะทำให้เกิดประกายไฟลุกไหม้หมอนและที่นอน ซึ่งมันเป็นอันตรายเป็นอย่างมาก
นอกจากนี้แล้ว เจ้าหน้าที่โอคอนเนอร์ยังกล่าวอีกว่า ไม่ใช่แค่เพียงโทรศัพท์มือถือเท่านั้นที่ต้องระวัง คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กก็เช่นกัน เพราะก่อนหน้านี้เคยมีกรณีคนเสียบสายชาร์จแบตฯโน้ตบุ๊กทิ้งไว้ และเกิดไฟไหม้ จนทำให้บ้านทั้งหลังวายวอดมาแล้ว

ลือ iPhone 8 อาจจะมาพร้อมจอโค้ง OLED และระบบสัมผัสแบบใหม่

เผยข่าวลือ iPhone 8 อาจจะมาพร้อมจอโค้ง OLED และรองรับเทคโนโลยี Touch-Sensitive

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2559 เว็บไซต์ The Korea Herald สื่อในประเทศเกาหลีใต้ได้รายงานว่านอกจาก Apple จะเปลี่ยนหน้าจอ iPhone รุ่นถัดไปที่คาดว่าเป็น iPhone 8 มาใช้หน้าจอแบบ OLED ที่เป็นหน้าจอโค้งแล้ว ยังมาพร้อมเทคโนโลยี Touch-Sensitive เพื่อตอบสนองการสัมผัสที่ดีที่สุดอีกด้วย
สำหรับหน้าจอโค้ง OLED บน iPhone 8 จะเป็นหน้าจอพลาสติกทั้งหมดเหมือนหน้าจอโค้งแบบเดียวกับ Samsung Galaxy S7 edge ใช้ ซึ่งไม่ไช่จอกระจก โดยทาง Samsung จะเป็นผู้ผลิตให้ประมาณ 70-100 ล้านชิ้น ซึ่งถือเป็นจำนวนแค่ครึ่งเดียวของยอดขาย iPhone ที่ Apple สามารถทำยอดขายได้ 200 ล้านเครื่องต่อปี และเป็นไปได้อีกว่า Apple จะใช้ผู้ผลิตเจ้าอื่น ๆ ช่วยผลิตจอ OLED เพิ่ม

ทั้งนี้ Apple เพิ่งจดสิทธิบัตรหน้าจอ iPhone พับได้ไป (อ่านข่าว Apple จดสิทธิบัตรหน้าจอ iPhone พับได้หลายทบ) คาดว่าเราอาจจะได้เห็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Apple ที่สามารถพับหน้าจอได้ในปี 2018 นี้ ก็เป็นได้ ซึ่งอย่างไรก็ตามข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงแค่ข่าวลือเท่านั้น สุดท้ายแล้ว iPhone 8 จะออกมาเป็นอย่างไร คงต้องติดตามรอดูกันต่อไป

อย่าดื่มเหล้าแก้หนาว หลับไม่ตื่น อันตรายถึงตาย

ความเชื่อเรื่องการดื่มเหล้าช่วยคลายหนาวในวันที่อากาศเย็น ๆ ถูกบอกต่อกันมาปากต่อปากทั้งที่เป็นความเชื่อผิด ๆ และที่สำคัญยังก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้ดังที่ได้ยินข่าวอยู่ทุกปี

เรื่องนี้ นพ.อนุชา เศรษฐเสถียร เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) จึงขอออกมาย้ำเตือนอีกครั้ง โดยอธิบายว่า การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ช่วยให้ร่างกายอบอุ่น และแก้อากาศหนาวเย็นได้แต่ประการใด แต่ยิ่งเร่งให้ร่างกายสูญเสียความร้อน ส่วนที่ดื่มแล้วรู้สึกตัวอุ่นขึ้นนั้น เพราะหลอดเลือดฝอยที่อยู่ใต้ผิวหนังเกิดการขยายตัวอย่างหนัก เพื่อให้ความร้อนในร่างกายถูกระบายออกมาได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมื่อความร้อนในร่างกายถูกระบายออกมามาก ๆ จะทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดต่ำลงกว่าปกติ ยิ่งดื่มมาก ก็ยิ่งทำให้อุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงมาก เมื่อเราหลับ ร่างกายที่สัมผัสกับอากาศเย็นเป็นเวลานานจึงเสียชีวิตได้

นอกจากนี้ อากาศที่หนาวเย็นลงจะทำให้ประสาทส่วนกลางทำงานผิดปกติ และทำให้อัตราการเต้นของหัวใจผิดปกติด้วย อีกทั้งร่างกายจะต้องการออกซิเจนมากขึ้น จึงกระทบต่อผู้ป่วยโรคหัวใจ หลอดเลือดสมอง โรคอัมพฤกษ์อัมพาต รวมทั้งโรคความดันโลหิต ดังนั้นจึงต้องเตรียมยาประจำตัวให้พร้อม และดูแลสุขภาพตนเอง รักษาร่างกายให้อบอุ่น

ส่วนวิธีดูแลรักษาสุขภาพร่างกายในช่วงหน้าหนาวนั้น มีวิธีง่าย ๆ ดังนี้

– ดื่มน้ำให้เพียงพอ
– รับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่
– ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละครึ่งชั่วโมง
– เตรียมเสื้อกันหนาวมาสวมใส่เพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกาย
– หากเป็นหวัด ถ้าจะออกนอกบ้านให้สวมผ้าปิดปากป้องกันการติดเชื้อสู่คนรอบข้าง
– หากร่างกายเปียกน้ำให้รีบเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อป้องกันภาวะปอดบวม