สธ.เตือนอาบน้ำเย็นจัด ช็อกถึงตาย

ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โสภณ เมฆธน กล่าวถึงกรณีนักท่องเที่ยวหมดสติหลังอาบน้ำเย็นจัดในช่วงที่ทีอากาศหนาวนั้น เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงของนักท่องเที่ยวท่านนี้ ขณะที่ทีมแพทย์ได้ช่วยเหลือปฐมพยาบาลจนผู้ป่วยอาการดีขึ้นแล้ว โดยผู้ป่วยตัดสินใจไม่ไปตรวจรักษาเพิ่มเติมที่โรงพยาบาล

สำหรับอาการหมดสติที่เกิดขึ้นในทางการแพทย์ อาจเป็นภาวะหมดสติชั่วครู่ (syncope) ซึ่งมักเกิดขึ้นแล้วหายได้เองในระยะเวลาสั้นๆ สาเหตุอาจเกิดจากร่างกายอยู่ในที่ที่มีอากาศหนาวเย็นหรือเรียกว่าเป็นภาวะช็อกจากอุณหภูมิเย็นจัด (cold shock) ภาวะนี้เกิดขึ้นเมื่อร่างกายสัมผัสกับน้ำเย็นจัดโดยไม่ได้เตรียมตัว ระบบประสาทอัตโนมัติจึงมีการตอบสนองอย่างฉับพลัน ทำให้เกิดอาการหายใจลำบาก อาจมีการเผลอกลั้นหายใจหรือเบ่งโดยไม่รู้ตัว โดยความเย็นจะทำให้เส้นเลือดหดตัวอย่างรวดเร็ว มีการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิต ทำให้เลือดไปเลี้ยงอวัยวะที่สำคัญไม่เพียงพอ จึงเกิดอาการหมดสติ หากร่างกายเกิดภาวะช็อกจากอุณหภูมิเย็นจัดในผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว โดยเฉพาะโรคหัวใจ โรคความดันโลหิตสูง ก็อาจทำให้เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ดังนั้นนักท่องเที่ยวหรือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็นจัด หากจำเป็นควรใช้การเช็ดตัวก่อนหรือค่อยๆ ใช้น้ำลูบตัว เพื่อให้ร่างกายปรับตัว หากมีปัญหาหรือเจ็บป่วยระหว่างการท่องเที่ยวก็สามารถไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้เคียงได้ทันที หรือติดต่อสายด่วน 1669 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง

เพรียงคอห่านจำนวนมากถูกคลื่นขึ้นฝั่งที่นิวซีแลนด์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า บริเวณชายหาดฝั่งตะวันตกที่หาดมูริไว (Muriwai) เมืองออกแลนด์ (Auckland) ประเทศนิวซีแลนด์ หญิงคนหนึ่งพบเพรียงคอห่านจำนวนมากเกาะอยู่บนท่อนไม้ขนาดใหญ่ที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาอยู่บนชายหาด

เพรียงคอห่าน (Goose Barnacles) จะอาศัยอยู่ในน้ำทะเลที่มีการเคลื่อนที่ ไม่หยุดนิ่ง มีลักษณะเป็นท่อนยาว มีหนวดเป็นงวงอ่อนนุ่ม ยืดหดได้ ปลายงวงมีเปลือกแข็งคล้ายเปลือกหอย มีจุลธาตุ (traced element) สูง รสชาติหวานกลมกล่อม

โดยหญิงคนกล่าวเผยว่า ครั้งแรกที่เห็นเธอคิดว่ามันเป็นปลาวาฬ แต่มันมีรูปร่างลักษณะที่แปลกประหลาดมาก ซึ่งภาพเพรียงคอห่านจำนวนมากที่เกาะอยู่บนท่อนไม้ขนาดใหญ่นี้ได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ มีสื่อบางสื่อสันนิษฐานว่า นี่อาจจะเป็นสิ่งมีชีวิตส่วนหนึ่งที่ถูกคลื่นซัดขึ้นฝั่ง หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวที่นิวซีแลนด์

กบภูเขาเบตงใหญ่ยักษ์ สัตว์เศรษฐกิจหากินยาก

เมื่อวานนี้(14 ธ.ค. 59) ที่บ้านเลขที่ 2/3 ซอย 4 ถนนประชาธิปัตย์ ตำบลเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นบ้านของนายบัญชา ทองมี อายุ 42 ปี มีกบภูเขาขนาดใหญ่น้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัมเศษ ทำใหเชาวบ้านที่ไม่เคยเห็นกบดังกล่าวต่างแวะเวียนเข้ามาดู และทำการถ่ายรูปเก็บไว้เป็นจำนวนมาก ซึ่งปัจจุบันกบภูเขาในอำเภอเบตงเริ่มที่จะหายาก ทั้งนี้เพราะอาศัยอยู่ในป่าดงดิบและมีจำนวนลดลง

นายบัญชา ทองมี บอกว่าตนได้ขึ้นเขาไปหาของป่า และพบกบภูเขาขนาดใหญ่อยู่ใกล้บริเวณลำธาร ตนจึงจับลงมาที่บ้านและลองชั่งนักหนักดูได้ 1 กิโลกรัมเศษ ซึ่งตนจะเลี้ยงเก็บไว้ให้ลูกหลานและประชาชนได้มาดูทั้งนี้เพราะจากการที่ตนขึ้นไปหาของป่าจะพบกบประเภทนี้น้อยมากหรือไม่พบเลย

ซึ่งตนเคยได้ยินคำบอกเล่าของ รุ่นปู่ รุ่นย่า ทราบว่ากบชนิดนี้สมัยก่อนมีมากตามภูเขาสูงในป่าดงดิบและเท่าที่พบตัวใหญ่จะ มีน้ำหนักถึง 3-4 กิโลกรัม ชาวบ้านจะออกหากบภูเขาเพื่อนำมาประกอบอาหารและจำหน่ายแก่ร้านอาหาร ราคากิโลกรัมละ 300 -500 บาท

เนื้อกบภูเขาค่อนข้างขาวใสและเหลวกว่าเนื้อกบนา ไขมันสะสมน้อย ทำให้มีรสชาติดีกว่ากบนา กบภูเขาจึงเป็นอาหารที่มีชื่อเสียงของอำเภอเบตง ในปัจจุบันกบภูเขามีปริมาณลดลงมากเนื่องจากการตัดไม้ทำลายป่าบริเวณถิ่นที่ อยู่อาศัย และยังไม่สามารถเลี้ยงกบภูเขาได้เนื่องจากมีอัตราการเจริญเติบโตต่ำ ทำให้ไม่คุ้มค่าต่อการเลี้ยง

กบภูเขาเป็นกบที่มีขนาดใหญ่ เคยพบขนาดยาวถึง 26 เซนติเมตร เพศผู้จะมีเขี้ยวที่ขากรรไกรล่างยาวกว่าเพศเมีย เพศผู้จะมีแก้วหูห่างตามาก ส่วนเพศเมียจะอยู่ใกล้ตากว่า กบภูเขาจะออกหากินในช่วงเวลากลางคืนและจะหลบซ่อนตัวในเวลากลางวัน จะกินอาหารจำพวกไส้เดือน ตัวอ่อนของแมลง ลูกกุ้ง ลูกปลา และลูกปู

กบชนิดนี้เมื่อวางไข่จะขุดหลุม ในแต่ละหลุมจะมีไข่ประมาณ 700 – 1,500 ฟอง ไข่เป็นประเภทไข่จมไม่ติดวัตถุ มีลักษณะกลมใส สีขาว ขนาดใหญ่เฉลี่ย 4.1 มิลลิเมตร ตัวอ่อนจะฟักและมีลักษณะเหมือนตัวเต็มวัยใช้เวลาประมาณ 3 เดือน

เปิดภาพหาชมยาก พระแสงราชศาสตราเมืองพิษณุโลก สมัยรัชกาลที่ 5

ความสวยงามของพระแสงราชศาสตราประจำเมืองพิษณุโลก ในรัชกาลที่ 5 ซึ่งประชาชนทั่วไปหาโอกาสชมได้ยาก เพราะไม่ได้นำออกจากห้องเก็บรักษาเงินคงคลัง มาจัดแสดงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2444

นางสาวพรรณี สัสดีแพง ประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก โพสภาพเฟซบุ๊ก พระแสงราชศาสตราประจำเมืองพิษณุโลก ให้ประชาชนได้ชมความสวยงามและหาชมได้ยาก ซึ่งเป็นภาพที่ถูกถ่ายบันทึกระหว่างการทำหนังสือและห้องนิทรรศกาล พระบารมีปกเกล้า ชาวพิษณุโลก

ด้าน นายเจษฎา โพธิจินดา คลังจังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า พระแสงราชศาสตราประจำเมืองพิษณุโลก ในรัชกาลที่ 5 นี้จังหวัดพิษณุโลก ได้รับพระราชทาน จากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งเสด็จประพาสต้นเมื่อปี พ.ศ. 2444 ยังคงถูกเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ภายในห้องมั่นคงหรือห้องเก็บรักษาเงินคงคลังของสำนักคลังจังหวัด แต่ปัจจุบันไม่มีห้องเก็บรักษาเงินคงคลังแล้ว จึงจัดเก็บไว้ในห้องมั่นคงมาตั้งแต่ ปี พ.ศ.2444

เมื่อครั้งสมัย สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสต้น พระองค์พระราชทานพระแสงราขศาสตราประจำเมืองให้มณฑลพิษณุโลก

นายเจษฏา เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พระแสงราชศาสตราประจำเมืองพิษณุโลก ในรัชกาลที่ 5 จะถูกเก็บรักษาเอาไว้อย่างดีและไม่นำออกมาจัดแสดงหรือให้ใครถือหรือสัมผัสหรือถ่ายภาพอย่างใกล้ชิดได้เพราะ พระแสงราชศาสตราประจำเมืองพิษณุโลก ในรัชกาลที่ 5 เปรียบเสมือนส่งของแทนพระองค์ เป็นดาบที่ระลึกจากพระองค์พระแสงราชสตราประจำเมืองพิษณุโลก มีปลอกสีทอง มีลักษณะคล้ายกับของจังหวัดนราธิวาส

ซึ่งลวดลายถูกตกแต่งด้วยอัญมณีและมีลวดลายของวีถีชีวิต เรือนไทย เรือล่องจุ้น วัด สัตว์ มี ช้าง ลิง นกและกระบือเป็นต้น และยังป่าไม้นานาพันธุ์ซึ่งเป็นสิ่งที่ประชาชนทั่วไปจะหาโอกาสเข้าชมได้ยาก ส่วนจังหวัดใกล้เคียงที่มี พระแสงราชศาสตราประจำเมืองในรัชกาลที่ เช่นเดียวกันคือ จังหวัดกำแพงเพชร แต่มีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป และที่สำคัญ พระแสงราชศาสตราประจำเมือง ไม่มีทุกจังหวัด จึงถือว่าจังหวัดพิษณุโลก เป็นหนึ่งในหลายจังหวัดที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นจาก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

ปู่วัย 70 เลี้ยงหมาป่า 150 ตัว จ่ายค่าอาหารปีละเกือบล้านหยวน

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า ที่อำเภอจี๋มู่ซ่าเออร์ จังหวัดปกครองตนเองชนชาติหุยชางจี้ เขตปกครองตนเองซินเกียงอุยกรูร์ มีหุบเขาแห่งหนึ่งถูกขนานนามว่า “หุบเขาหมาป่า” เนื่องจากมักจะมีเสียงหมาป่าเห่าหอนอยู่เสมอ และนายหยาง ฉางเซิง คุณปู่วัย 71 ปี ที่อาศัยอยู่ที่นี่ก็ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าหุบ ซึ่งเขาได้เลี้ยงหมาป่าไว้ที่นี่มากถึง 150 ตัว

โดยหมาป่าที่เขาเลี้ยงไว้มีหลากขนาดหลายสีสัน มีทั้งหมาป่าโกบี หมาป่าทุ่งหญ้า หมาป่าทะเลทราย หมาป่ามองโกเลียใน หมาป่ามองโกเลีย และหมาป่าไซบีเรียน รวมแล้วกว่า 8 สายพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่มาจากพื้นที่ต่างๆ ทั้งในจีนและต่างประเทศ แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่ได้มาจากการทำการสืบพันธุ์เอง
นอกจากนี้ เขายังต้องจ่ายค่าอาหารของเจ้าหมาป่าขนปุยเหล่านี้ปีละเกือบ 1 ล้านหยวน และถึงแม้ว่าเขาจะมีผมหงอกขาวโพลนเกือบทั้งหัวแล้ว แต่สุขภาพร่างกายแข็งแรงดี ยังคึกคักมีชีวิตชีวา ซึงถ้าไม่ถามอายุก็คงดูไม่ออกว่าเขามีอายุมากถึง 71 ปีแล้ว

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวของคุณปู่คนนี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็มีชาวเน็ตจำนวนไม่น้อยพากันเข้าแสดงความคิดเห็นกันจำนวนมาก และมีจำนวนไม่น้อยที่ถามว่าปู่เลี้ยงได้ยังไงกัน ทั้งที่มีจำนวนเยอะขนาดนี้

ท้าหนาว! คนรักการว่ายน้ำฤดูหนาวเจาะแผ่นน้ำแข็งลงว่ายน้ำ

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า วานนี้ (15 ธ.ค.) ที่เมืองลั่วหยาง มณฑลเหลียวหนิง มีบรรดาผู้คนที่ชื่นชอบการว่ายน้ำในฤดูหนาวทั้งชายและหญิง ได้พากันสวมชุดว่ายน้ำตัวจิ๋วออกมาว่ายน้ำกันกลางแม่น้ำที่ถูกหิมะปกคลุมขาวโพลนจนกลายเป็นแผ่นน้ำแข็งหนาหลายเซนติเมตร

แม้น้ำในแม่น้ำจะมีอุณหภูมิต่ำถึงติดลบ 19 องศาเซลเซียส สภาพอากาศจะหนาวเย็นจับขั้วหัวใจก็ไม่หวั่น พากันใช้พลั่วใช้ขวานขุดเจาะแผ่นน้ำแข็งเป็นแนวยาว ทำเป็นสระว่ายน้ำชั่วคราว แล้วกระโดดลงว่ายน้ำประหนึ่งว่ายเล่นในฤดูร้อนอย่างสนุกสนาน ผ่อนคลาย สบายอารมณ์

กรุงปักกิ่งอันตราย ควันพิษคลุมไปทั่วเมือง

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า ทางการกรุงปักกิ่งได้ประกาศควบคุมมลพิษในพื้นที่เมืองหลวง หลังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่้ย่ำแย่ เต็มไปด้วยควันพิษที่เป็นอันตราย ต้องประกาศเพิ่มระดับเตือนภัยเป็นสีแดง ซึ่งเป็นการเตือนระดับสูงสุด

ตามรายงานระบุว่า ทางการกรุงปักกิ่งได้สั่งปิดการเรียนการสอนของโรงเรียนหลายแห่ง พร้อมกับแจ้งเตือนให้ประชาชนงดทำกิจกรรมและใช้ชีวิตกลางแจ้งในระยะนี้ เนื่องจากสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยและเป็นอันตรายต่อสุขภาพเป็นอย่างมาก
ศูนย์เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อมในกรุงปักกิ่ง เปิดเผยตัวเลขการวัดค่ามลพิษล่าสุดสูงถึง 297 ที่สูงกว่ามาตรฐานที่ระดับ 200 และอาจจะพุ่งสูงทะลุ 300 ในบางช่วง ขณะที่ค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก ก็สามารถวัดได้สูงกว่าระดับมาตรฐานเกือบ 10 เท่าเลยทีเดียว มีการคาดการณ์ว่าสถานการณ์แบบนี้จะยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่องอีก 3-4 วันต่อจากนี้

ขณะที่ภาพถ่ายจากมุมสูงที่เห็นรอบทิศทางของกรุงปักกิ่ง เผยให้เห็นควันพิษปกคลุมไปทั่วเมือง ลอยตัวต่ำกว่าตึกสูงเสียดฟ้าบางแห่ง ทำให้เกิดเป็นภาพที่งดงาม แต่แฝงไปด้วยมลพิษอันตรายที่กำลังเข้าสู่ขั้นวิกฤต

อลังการ! เมืองฮาร์บินแกะสลักน้ำแข็งหิมะ สร้างมนุษย์หิมะยักษ์สูงกว่า 34 ม.

สำนักข่าวซินหัว ประเทศจีนรายงานว่า ในสวนสาธารณะที่ใช้จัดแสดงงานเทศกาลหิมะ ที่เมืองฮาร์บิน เมืองเอกของมณฑลเฮยหลงเจียง ได้สร้างมนุษย์หิมะขนาดยักษ์สูงกว่า 34 เมตรขึ้น โดยใช้ก้อนน้ำแข็งจากหิมะมากถึง 21,000 ลูกบาศก์เมตร มาแกะสลักให้เป็นมนุษย์หิมะยักษ์ ขนาดครึ่งตัวนี้ นอกจากนี้ทางทีมงานยังพยายามเร่งแกะสลักปราสาทสไตล์ยุโรปบริเวณรอบตัวมันด้วย

โดยทางนักออกแบบและทีมงานคาดว่าจะสามารถแกะสลักมนุษย์หิมะยักษ์พร้อมปราสาทแสนหรูนี้ให้แล้วเสร็จในวันที่ 20 ธันวาคม ที่จะนี้ ซึ่งจะเป็นประติมากรรมน้ำแข็งและหิมะที่สูงที่สุดในงานเทศกาลครั้งนี้

รร.ในจีนจัดให้นักเรียนกว่า 400 คน สอบกลางสนามท่ามกลางหมอกควันหนา

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ พื้นที่ในเมืองอันหยาง มณฑลเหอหนาน ประสบปัญหามลพิษทางอากาศอย่างหนักติดต่อกันนานหลายวัน คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเมืองหลินโจว ในเมืองอันหยาง จึงได้ประกาศสั่งหยุดการเรียนการสอนทั้งโรงเรียนระดับอนุบาล ประถม และมัธยมทั้งหมด

แต่ทั้งนั้นก็ยังมีโรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในอำเภอหลินฉี ที่ไม่เพียงแค่ยังเปิดทำการเรียนการสอนอยู่ แต่ยังจัดให้นักเรียนกว่า 400 คน ตั้งโต๊ะเรียนแล้วทำการสอบกลางกีฬา ท่ามกลางกลุ่มหมอกควันหนาที่แผ่ปกคลุมทั่วทั้งสนาม จนวานนี้ (20 ธ.ค.) ผู้ปกครองหลายคนต้องโทรศัพท์แจ้งสื่อ

ตามรายงานระบุว่า จากการสอบถามชาวบ้านที่อยู่ใกล้โรงเรียนดังกล่าวพบว่า หลังโรงเรียนดังกล่าวทราบว่านักข่าวจะเข้าไปตรวจสอบ ทางโรงเรียนจึงได้ประกาศหยุดเรียนชั่วคราว พร้อมทั้งยกเลิกการสอบด้วย โดยนักเรียนมัธยมต้นคนหนึ่งให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า จริงๆ แล้วโรงเรียนจัดสอบตั้งแต่วันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา เช้าสอบ 2 วิชา บ่ายอีก 2 วิชา ซึ่งนักเรียนทุกคนล้วนเข้าสอบหมด

ทั้งนี้ หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีการวิพากษ์วิจารณ์และตั้งถามกันว่า ทำไมโรงเรียนยังทำการเรียนการสอน ซ้ำยังจัดสอบนอกอาคารเรียนอีก ทั้งที่มีประกาศสั่งให้โรงเรียนหยุด เพราะปัญหาหมอกควันรุนแรงแล้ว ซึ่งทางโรงเรียนดังกล่าวได้ออกมาชี้แจงว่า การสอบดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 19 ธ.ค. ซึ่งเวลานั้นถึงแม้จะมีกลุ่มหมอกควันก็จริงแต่ไม่ได้รุนแรง แต่เมื่อมีประกาศออกมาในช่วงบ่ายก็ได้ยกเลิกการสอบทั้งหมดและหยุดเรียนตามประกาศทันที

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสงสัยถึงข้อมูลที่นักเรียนและทางโรงเรียนเผยออกมาขัดแย้งกัน โดยทางนักเรียนบอกว่ามีการสอบทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย แต่ทางโรงเรียนกลับบอกว่าประกาศยกเลิกทุกอย่างในตั้งแต่ช่วงบ่าย ทั้งยังมีคนแจ้งว่ายังมีการทำการสอบอยู่จนกระทั่งถึงวานนี้

หิมะตกขาวโพลนในทะเลทรายซาฮาร่าในรอบ 37 ปี

เมื่อพูดถึงทะเลทรายเราก็คงจะคิดถึงแสงแดดร้อนระอุ ไร้เมฆ ไม่มีต้นไม้ ขาดน้ำ หรือเรียกได้ว่าเป็นพื้นที่แห้งแล้งสุดๆ แต่ใครจะไปคิดว่าพื้นที่ที่แห้งแล้งที่สุดอย่างทะเลทรายซาฮาร่าจะมีหิมะตกได้

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า “คาริม บูเชตาตา” (Karim Bouchetata) ช่างภาพมือสมัครเล่นรายหนึ่งได้ถ่ายภาพสุดแสนหายากจำนวนหนึ่งได้ ซึ่งภาพเหล่านี้ได้รับความสนใจและเป็นที่ฮือฮาของผู้คนจำนวนมากโดยภาพดังกล่าวเป็นภาพหิมะสีขาวโพลนที่ตกปกคลุมผืนทรายสีส้มในทะเลทรายซาฮาร่า ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 37 ปี

ตามรายงานระบุว่า เขาถ่ายภาพดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา เป็นพื้นที่ส่วนหนึ่งของทะเลทรายซาฮาร่าทางตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ส่วนที่อยู่ใกล้กับเมืองเซฟรา (Ain Sera) เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งในประเทศแอลจีเรีย ตั้งอยู่ในเทือกเขาแอตลาส (Atlas) ทางตอนเหนือของทะเลทราย

โดยปรากฏการณ์นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1979 ซึ่งครั้งนั้นพายุหิมะที่พัดผ่านมาทำให้ทั่วทั้งทะเลทรายกลายเป็นสีขาว แต่ก็อยู่ได้เพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น

ทั้งนี้ คาริมเผยว่า ทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจที่ได้เห็นหิมะตกในทะเลทราย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นและหาดูได้ยากมาก