Apple Mirror คอนเซ็ปต์กระจกสุดล้ำ

Apple Mirror คอนเซ็ปต์กระจกสุดล้ำ

Apple Mirror คอนเซ็ปต์กระจกสุดล้ำ เป็นหน้าจอทัชสกรีนฝัง iOS 10 ไว้ในตัว ควบคุมอุปกรณ์ภายในบ้านได้

Apple Mirror คอนเซ็ปต์กระจกสุดล้ำที่คิดค้นและออกแบบโดย Rafael Dymek ซึ่งถ้าดูเผิน ๆ แล้วจะเหมือนกระจกเงาติดผนังทั่วไป แต่มันมีความสมาร์ทในตัว เพราะนอกจากจะเป็นกระจกเงาแล้วมันยังเป็นหน้าจอทัชสกรีนที่ฝังระบบปฏิบัติการ iOS 10 ไว้ในตัว ที่มุมของกระจกมีแสดงเวลาและสภาพอากาศ พร้อมทั้งไอคอนแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ที่สามารถย้ายตำแหน่งไอคอนได้อย่างอิสระ สามารถทำได้ทั้งส่งข้อความ เปิดเพลง ดูวิดีโอ อ่านข่าว หรือจะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่น ๆ ภายในบ้านเพื่อควบคุมผ่าน Apple Mirror ก็ได้เช่นกัน

ถ้าหาก Apple Mirror ไม่ถูกใช้งานใด ๆ เป็นเวลา 45 วินาที มันก็จะปิดหน้าจออัตโนมัติเพื่อประหยัดพลังงาน กลายเป็นกระจกธรรมดา ๆ และถ้าหากต้องการเปิดใช้งานก็เพียงแค่แตะที่กระจก อินเทอร์เฟซต่าง ๆ ก็จะปรากฏขึ้นมาพร้อมใช้งานทันที

อย่างไรก็ตาม Apple Mirror เป็นเพียงผลงานออกแบบคอนเซ็ปต์เท่านั้น ซึ่งในอนาคตจะถูกนำไปผลิตเพื่อวางจำหน่ายจริง ๆ หรือไม่คงต้องรอลุ้นกันต่อไป

AirSelfie โดรนไซส์มินิ

AirSelfie โดรนไซส์มินิ

ยลโฉม AirSelfie โดรนติดกล้องขนาดเล็ก พกพาง่าย ถ่ายภาพสวย ช่วยให้เซลฟี่ได้ง่ายกว่าเดิม

สำหรับคนที่ชอบถ่ายภาพแนวเซลฟี่เป็นชีวิตจิตใจ จนถึงขั้นพกไม้เซลฟี่ติตตัวไปด้วยเสมอเวลาไปเที่ยวตามที่ต่าง ๆ ทว่าบางครั้งไม้เซลฟี่ก็ไม่ค่อยสะดวกเท่าไร กับการที่ต้องชูหรือยื่นไม้ออกไป อีกทั้งยังได้แต่ภาพมุมเดิม ๆ ซึ่งก็ดูน่าเบื่ออยู่เหมือนกัน โดยวันนี้เราจะพาคุณไปรู้จักกับโดรนติดกล้องรุ่นหนึ่ง ที่ไม่เพียงให้คุณได้ถ่ายทำภาพจากมุมสูงเหมือนโดรนทั่ว ๆ ไปเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์เซลฟี่ที่เก๋ไก๋ไม่เบาอีกด้วย

โดรนที่เราพูดถึงนี้มีชื่อว่า AirSelfie สร้างสรรค์ขึ้นโดยบริษัท AirSelfie Holdings จากประเทศอังกฤษ ซึ่งออกแบบให้โดรนรุ่นนี้มีขนาดเล็กกระทัดรัดเท่ากับสมาร์ทโฟน จึงช่วยให้พกพาสะดวก โดยตัวบอดี้ของ AirSelfie ทำจากอะลูมิเนียมเกรดเดียวกับที่ใช้ผลิตเครื่องบิน ทำให้มีความทนทานสูงและมีน้ำหนักเบาเพียง 52 กรัมเท่านั้น โดยตัวอุปกรณ์ขับเคลื่อนด้วยใบพัดรอบโดรน 4 ตัว สามารถบินได้สูงถึง 20 เมตร

ไม่เพียงเท่านี้ AirSelfie ยังติดกล้องความละเอียด 5 ล้านพิเซล พร้อมเซ็นเซอร์กันสั่น ช่วยให้ภาพออกมาคมชัด สามารถถ่ายวิดีโอได้ในระดับ HD 720p ใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Wi-Fi ในตัวเพื่อใช้งานแอพพลิเคชั่นในการบังคับโดรน โดยรองรับการใช้งานทั้งระบบ iOS และ Android รวมถึงมีหน่วยความจำแบบ micro SD 4GB แบบบิวท์อิน และแบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ที่ช่วยให้บินต่อเนื่องได้นานสุดราว ๆ 3 นาที ทั้งยังมีเคสสมาร์ทโฟนที่เก็บและชาร์จแบตเตอรี่ของโดรนได้ในคราวเดียว โดยใช้เวลาในการชาร์จ 30 นาที AirSelfie ก็พร้อมใช้งานแล้ว

อย่างไรก็ดี เจ้าโดรน AirSelfie กำลังเปิดระดมทุนเพื่อการผลิตผ่านเว็บไซต์ kickstarter อยู่ ซึ่งขณะนี้สามารถหาทุนได้เกินเป้าที่วางไว้แล้ว โดยคาดว่าจะวางขายโดรนตัวนี้อย่างเป็นทางการในช่วงเดือนมกราคมปี 2017 ส่วนราคาจำหน่ายยังไม่ประกาศออกมาแต่อย่างใด

Matrix PowerWatch

Matrix PowerWatch

Matrix PowerWatch สมาร์ทวอทช์ไฮเทค มาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำที่ใช้ความร้อนจากร่างกายมนุษย์แทนพลังงานจากแบตเตอรี่

หากพูดถึงสมาร์ทวอทช์ที่เราเห็นวางขายกันทั่วไปแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่มีคุณสมบัติที่ไม่แตกต่างกันมากนัก แถมบางรุ่นใช้งานได้ไม่เท่าไร แบตเตอรี่ก็หมดไวแล้ว ครั้นจะให้พกที่ชาร์จนาฬิกาข้อมือติดกระเป๋าตลอดเวลาก็ไม่ใช่เรื่อง จนกระทั่งล่าสุดได้มีผู้ผลิตสมาร์ทวอทช์รุ่นใหม่ที่ช่วยให้คุณหมดกังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดเร็วแล้วครับ

สำหรับสมาร์ทวอทช์ที่เราพูดถึงนี้มีชื่อว่า Matrix PowerWatch ผลิตโดยบริษัท Matrix Industries จากประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นสมาร์ทวอทช์ที่มีจุดเด่นที่แตกต่างจากรุ่นอื่น ๆ ตรงที่การนำเอาความร้อนจากร่างกายผู้สวมใส่มาเปลี่ยนเป็นพลังงานขับเคลื่อนนาฬิกาแทนการใช้แบตเตอรี่แบบเดิม ทว่าหากถอดนาฬิกาออก ข้อมูลต่าง ๆ จะถูกเก็บไว้ที่หน่วยความจำพร้อมเข้าสู่โหมดพัก และเมื่อนำมาสวมใส่อีกครั้ง สมาร์ทวอทช์ดังกล่าวก็จะทำงานต่อเหมือนเดิม

Matrix PowerWatch ใช้ชิปประมวลผล Ambiq Apollo ซึ่งเป็นชิปประสิทธิภาพสูงแต่ใช้พลังงานต่ำ มาพร้อมฟีเจอร์ด้านสุขภาพแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็นการนับปริมาณแคลอรีที่เบิร์นได้ นับจำนวนก้าว และวิเคราะห์การนอน โดยสามารถรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนระบบ iOS และ Android ผ่าน Bluetooth 4.0 โดยมีหน้าจอ LCD ขนาด 1.2 นิ้ว และตัวเรือนทำจากอะลูมิเนียมแบบเดียวกับที่ใช้ผลิตเครื่องบิน ส่วนสายนาฬิกาเป็นไนลอนคุณภาพดี สามารถกันน้ำลึกได้ 50 เมตร

อย่างไรก็ตาม เจ้าสมาร์ทวอทช์ Matrix PowerWatch กำลังอยู่ในระหว่างการระดมทุนผ่านเว็บไซต์ Indiegogo โดยคาดว่าจะวางขายอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคมปี 2017 สนนราคาจำหน่ายอยู่ที่เรือนละ 169 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 5,800 บาท) ส่วนผู้ที่สนใจอยากได้สมาร์ทวอทช์รุ่นนี้มาใช้งาน ก็ลองเข้าไปดูที่เว็บไซต์ matrixindustries ได้เลยครับ

Vinci หูฟังมัลติฟังก์ชั่น ที่มาพร้อมความสามารถ

Vinci หูฟังมัลติฟังก์ชั่น ที่มาพร้อมความสามารถ

ต้นแบบหูฟังไร้สายสุดล้ำ Vinci สามารถควบคุมการทำงานด้วยเสียง กับรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย พร้อมหน้าจอระบบสัมผัส

ต้องยอมรับว่าเดี๋ยวนี้หูฟังรุ่นใหม่ ๆ ที่ออกมานั้น มีพัฒนาการที่ล้ำหน้าไปไกลกว่าเมื่อก่อนมาก ทั้งในเรื่องของดีไซน์และเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ใส่เข้ามาอำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งาน อย่างเช่น หูฟังอัจริยะที่ชื่อ วินชี่ (Vinci) รุ่นนี้ครับ

หูฟังไร้สาย วินชี่ เป็นผลงานการสร้างสรรค์ของบริษัท Inspero Inc. ที่ต้องการสร้างหูฟังที่เปรียบเสมือนกับให้คุณมีผู้ช่วยส่วนตัว ใช้ชีวิตได้สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยการทำงานของเทคโนโลยีอย่าง AI และ ระบบจดจำเสียงของผู้ใช้ เพื่อให้คุณควบคุมการทำงานด้วยเสียง รวมถึงพูดตอบโต้กลับ เช่น ถามเส้นทาง, ตรวจสอบสภาพอากาศ, แจ้งตารางงานที่นัดไว้, ส่งข้อความ หรือต่อสายโทรศัพท์ให้ เช่นเดียวกับให้ AI เป็นดีเจส่วนตัวเพื่อเลือกเพลงให้ฟัง รวมถึงตัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้ด้วย เป็นต้น

ซึ่งความสามารถทั้งหมดนี้คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อการทำงานหูฟังกับสมาร์ทโฟนเลยด้วยซ้ำจากการที่ผู้ผลิตใช้เทคโนโลยีคลาวด์เข้ามาช่วย นอกจากนี้ตัวหูฟังยังมีบลูทูธบิวท์อิน รองรับการใช้งานกับ WiFi และ 3G โดยมาพร้อมกับหน่วยความจำในตัวสูงสุดถึง 32GB เป็นไง…เจ๋งป่ะ ?

อ้อ ! ยังไม่หมดเพียงแค่นั้น สำหรับคนที่ชอบฟังเพลงขณะออกกำลังไปด้วย เจ้าหูฟังวินชี่ยังทำหน้าที่เป็น Fitness Tracker ได้ด้วย เวลาอยากรู้ข้อมูลการออกกำลังก็เพียงแค่ถามหูฟังผู้ช่วยของคุณ มันก็จะแจกแจงรายละเอียดมาให้ฟังแล้ว

เห็นแค่ฟีเจอร์เด่น ๆ บางส่วนแล้วต้องบอกว่าวินชี่เป็นหูฟังที่น่าใช้มาก ๆ เลยทีเดียว แต่ใครที่อยากได้คงต้องอดใจรอไปก่อนอีกนิด เพราะล่าสุดทางผู้ผลิตหาทุนผ่านทาง kickstarter ได้ตามเป้าเรียบร้อยแล้ว และคาดว่าจะพร้อมเปิดให้คนทั่วไปได้เข้าไปจับจองได้ในเดือนมีนาคมปี 2017 ขณะที่รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ vinci ครับ

Freedrum อุปกรณ์ติดไม้กลองไฮเทค

Freedrum อุปกรณ์ติดไม้กลองไฮเทค

Freedrum อุปกรณ์สุดล้ำที่จะช่วยให้คุณตีกลองได้ทุกที่ ให้ความรู้สึกราวกับว่าตีกลองชุดอยู่ในสตูดิโอเลยทีเดียว

สำหรับคนที่รักในเสียงดนตรีโดยเฉพาะจังหวะมัน ๆ ของ กลอง ซึ่งหลายคนน่าจะเคยหยิบตะเกียบมาตีลมกลางอากาศหรือเคาะจานชามไปเรื่อย ๆ ประหนึ่งว่ากำลังซ้อมกลองอยู่ ครั้นจะให้ซื้อกลองชุดมาตีที่บ้าน นอกจากจะมีราคาค่อนข้างสูงแล้ว ยังกลัวว่าเสียงจะดังรบกวนเพื่อนบ้านอีก ที่สำคัญนี่ไม่ใช่เครื่องดนตรีอย่าง กีตาร์ ที่สามารถยกออกไปฝึกที่ไหนก็ได้ ใครอยากเล่นต้องไปห้องซ้อมเอาเอง จนกระทั่งมีผู้ผลิตหัวใสได้คิดค้นอุปกรณ์ที่เรียกว่า ฟรีดรัม (Freedrum) ขึ้นมา เพื่อให้คุณซ้อมตีได้ทุกที่ทุกเวลา

Freedrum ผลิตโดยบริษัท Block Zero จากประเทศสวีเดน ซึ่งออกแบบตัวอุปกรณ์มาให้มีลักษณะคล้ายแท่งลิปสติกสีดำขนาดเล็กกะทัดรัด พกพาได้สะดวก ภายในตัวอุปกรณ์มีเซ็นเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวที่คอยเปลี่ยนสัญญาณการตีลมเป็นเสียงกลอง ทั้งยังรองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนระบบ iOS (ขณะที่เวอร์ชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน Android อยู่ในช่วงของการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน) และคอมพิวเตอร์ระบบ macOS ผ่าน Bluetooth 4.0 เพื่อใช้งานแอพพลิเคชั่นดนตรีอย่าง Garageband โดยมาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมโพลิเมอร์ ที่ช่วยให้ใช้งานได้นานถึง 7 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง รวมถึงมีไฟ LED สำหรับบอกสถานะแบตเตอรี่และการเชื่อมต่อด้วย

วิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงนำ Freedrum ไปติดกับไม้กลอง แล้วลองตีดู โดยเสียงกลองจะออกทางลำโพงบิวท์อินบนตัวอุปกรณ์หรือจะรับฟังเสียงผ่านหูฟังก็ได้เช่นกัน ซึ่งเจ้า Freedrum นั้นให้เสียงกลองเสมือนจริงราวกับว่ากำลังตีกลองชุดในสตูดิโอเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังสามารถนำอุปกรณ์ไปติดที่รองเท้า เพื่อให้เสียงเหยียบกระเดื่องมาด้วย

ทั้งนี้ ทางผู้ผลิตกำลังระดมทุนเพื่อการผลิต Freedrum เพื่อจัดจำหน่ายผ่านทางเว็บไซต์ kickstarter อยู่ ซึ่งล่าสุดสามารถหาทุนได้เกินเป้าที่วางไว้แล้ว อย่างไรก็ดี คาดว่าจะวางขายอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคมปี 2017 ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติม ลองคลิกเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ freedrum ครับ