ข่าวทั่วไป, ประเภทดอกไม้, วิธีปลูกดอกไม้

การปลูกหน้าวัว

ต่างกับการปลูกไม้ดอกชนิดอื่นเพราะการเจริญเติบโตต้นจะโตสูงข้น และทิ้งใบล่างดังกล่าวแล้วข้างต้น

postcoloniality.org วิธีการปลูกหน้าวัวจึงควรปลูกต้นให้อยู่ภายในกระถาง กล่าวคือหลังจากรองอิฐที่รูระบายน้ำกันกระถาง

แล้ว ควรใส่เครื่องปลูกประมาณ 1/5 กระถาง จึงนำต้นหน้าวัวางบนเครื่องปลูก ให้ต้นอยู่กลางกระถาง จัดรากให้แผ่กระจาย ควรระวังอย่าให้รากหัก เพราะรากหน้าวัวที่ active มักจะหักง่าย จากนั้นจึงเติมเครื่องปลูกรอบ ๆ โคนต้น ยึด ลำต้นให้แน่น อย่าให้ต้นคลอนแคลน และอย่าใส่เครื่องปลูกจนกระทั่งทับยอดหน้าวัว เพราะจะทำให้ยอดเน่าและเมื่อต้นเจริญเติบโตขึ้น ใบล่างจะร่วงหล่นไป ลำต้นจะสูงพ้นเครื่องปลูก ส่วนรากจะเกิดออกจากลำต้นใต้ใบเสมอ ทำให้ รากเจริญเหนือเครื่องปลูกขึ้นเรื่อย ดังนั้น จึงควรเติมเครื่องปลูกให้เครื่องปลูกอยู่ต่ำกว่ายอดเล็กน้อย

กระถางที่ใช้ปลูกหน้าวัว ควรเลือกขนาดให้เหมาะกับต้นที่ปลูก เช่นต้นเล็กควรใช้กระถางเล็ก ต้นใหญ่ควรใช้กระถางใหญ่ จากการทดลองพบว่า การปลูกหน้าวัวในกระถางนั้นได้ผลดีกว่า การปลูกในแปลง เพราะการปลูกในกระถางนั้น การระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศได้สะดวกกว่าปลูกในแปลง หน้าวัวเป็นพืชที่มีรากแบบ ad­ventitious root ดังนั้น สภาพที่มีการระบายน้ำและการถ่ายเทอากาศดี ทำให้เหมาะกับการเจริญของรากหน้าวัว ต้นเจริญเติบโตให้ผลิตผลดี ดังนั้น เครื่องปลูกที่ใช้ปลูกหน้าวัวจึงควรเลือกวัสดุที่มีคุณสมบัติที่โปร่ง มีการระบายน้ำดี และต้องเก็บความชื้นได้ดี หาง่าย ราคาถูก สะอาดไม่มีเชื้อโรคและทนทานไม่ผุง่าย ถ้าวัสดุปลูกผุง่ายจะเสียเวลาในการเติมเครื่องปลูกหน้าวัว เพราะเครื่องปลูกจะยึดต้นหน้าวัวไว้ไม่ให้คลอนแคลนและยังเป็นสิ่งที่เก็บความชื้น นอกจากนี้เครื่องปลูกบางชนิดยังให้อาหารกับราก ทำให้หน้าวัวมีการเจริญเติบโตดี ในเรื่องเครื่องปลูกนี้ จึงมีผู้ทดลองเพื่อหาเครื่องปลูกที่เหมาะสมกับการปลูกหน้าวัว ในต่างประเทศใช้ peat moss + sphagnum moss + ใบไม้ผุ ในอัตรา 3: 1 : 1 และนำมาผสมกับทรายหยาบและถ่านก้อนเล็ก ๆ และอิฐ ใช้ได้ผลดี ที่ฮาวายทดลองใช้ขี้กบและปุ๋ยคอกในอัตราต่าง ๆ กัน ปรากฎว่า ใช้ขี้กบและปุ๋ยคอกในอัตรา 5 : 1 ใช้ได้ผลดีกว่าอัตราอื่น ในประเทศไทยเมื่อปี 2499 ที่ภาควิชาพืชศาสตร์ (พืชสวน) ทดลองหาเครื่อง ปลูกที่หาได้ง่าย ราคาถูก เช่นพวกถ่าน ทราย อิฐมอญ ใบไม้ผุ ฯลฯ มาทดลองปลูกหน้าวัว ปรากฎว่าเครื่องปลูกที่ใช้ใบไม้ผุ ใบก้ามปู ผสมกับอิฐในอัตรา 2 : 1 ใช้เป็นเครื่องปลูกได้ผลดีที่สุด ต่อมาได้ทดลองอีกในปี 2509-2510 โดย ใช้เครื่องปลูกที่ดี จากผลการทดลองที่นำมาประยุกต์ แล้วทดลองปลูกหน้าวัวดู เปรียบเทียบ กันว่าเครื่องปลูกชนิดใดให้ผลดีที่สุด การทดลองครั้งนี้ได้ใช้เครื่องปลูก 4 อย่างด้วยกันคือ อิฐมอญอย่างเดียวเป็นตัวเปรียบเทียบ เพราะในประเทศไทยใช้อิฐเป็นเครื่องปลูกที่นิยมกันมากอย่างกว้างขวางอย่างเดียวเท่านั้น เครื่องปลูกชนิดที่สองใช้ขี้กบผสมกับปุ๋ยคอกที่เก่าแล้ว ในอัตรา 5 : 1 ซึ่งเอาผลการทดลองที่ดีที่สุดของฮาวายมาลองดู ชนิดที่สามใช้เปลือกถั่วผสม ปุ๋ยคอกในอัตรา 5 : 1 เพราะเปลอกถั่วเป็นวัสดุที่หาได้ไม่ยากในเมืองไทย ทั้งยังไม่ต้องเสียเวลา ทุบเหมือนกับอิฐ ซึ่งอิฐนับวันจะยิ่งมีราคาแพง และเสียแรงงานในการทุบ ชนิดที่สี่ อิฐมอญผสมกับใบก้ามปูแห้ง ผสมปุ๋ยคอกในอัตรา 1 : 2 : 1 ปรากฎว่า การใช้เครื่องปลูกที่มีส่วนผสมอิฐใบก้ามปู ปุ๋ยคอกในอัตรา 1 : 2 : 1 ดีที่สุด เพราะรากที่เกิดขึ้นใหม่มีจำนวนมากกว่า ต้นหน้าวัวที่ปลูกในเครื่องปลูกชนิดอื่น และราก ที่เกิดขึ้นใหม่นี้มีความสมบูรณ์ดีมาก ขนาดใหญ่ เจริญเร็ว ทั้งนี้เพราะส่วนประกอบของเครื่องปลูกดังกล่าวทำหน้าที่ต่าง ๆ กันในการช่วยทำให้รากหน้าวัวเจริญเติบโตดี ดังนั้น จึงยึดลำต้นไม่ให้คลอนแคลนได้ง่าย และยังอมความชื้นไว้ได้สูงอีกด้วย ส่วนใบก้ามปูและมูลเป็ด มีธาตุอาหารที่ต้นนำไปใช้ได้เร็ว ทั้งนี้เพราะส่วนผสมของใบก้ามปูเก่าแล้ว ช่วยเก็บความชื้นไว้ได้ดีมากและโปร่งพอที่อากาศจะถ่ายเทได้สะดวก ส่วนการเจริญเติบโตของต้นในเครื่องปลูกชนิดนี้ ลำต้นอวบใหญ่ ต้นแข็งแรง การเจริญไม่สม่ำเสมอ ใบใหญ่แผ่กว้างสีเขียวเป็นมัน มีจำนวนใบเกิดขึ้นมากกว่าชนิดอื่น ขนาดใหญ่ แต่ใ เครื่องปลูกชนิดนี้มีข้อเสียคือเครื่องปลูกจะยุบตัวเร็ว และทุกครั้งที่เครื่องปลูกยุบตัวพืชจะชะงักการเจริญทันที และจะเกิดขึ้นทุกประมาณ 4 เดือน ดังนั้น ต้องคอยหมั่นเติมเครื่องปลูกให้อยู่สภาพเดิมเสมอ ส่วนเครื่องปลูกที่ผสมเปลือกถั่วและปุ๋ยคอกในอัตรา 5 : 1 ในระยะแรก การเจริญเติบโตของต้นและรากสู้เครื่องปลูกผสมใบก้ามปูไม่ได้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะเปลือกถั่วยังไม่สลายตัว แต่หลังจาก 6 เดือนแล้ว การเจริญของต้นหน้าวัวไล่เลี่ยกับเครื่องปลูกผสมใบก้ามปู เครื่องปลูกชนิดนี้อมความชื้นได้พอประมาณ แต่มีการถ่ายเทอากาศน้อยกว่า เพราะไม่มีอิฐเป็นโครง ดังนั้นการเจริญของรากและจำนวนรากที่เกิดใหม่จึงน้อยกว่า ดังนั้นจึงควรเพิ่มอิฐ อีก 1 ส่วนในส่วนผสมนี้ ส่วนเครื่องปลูกที่ประกอบด้วยขี้กบกับปุ๋ยคอก การเจริญเติบโตของรากช้า ทั้งนี้เพราะระยะแรกเครื่องปลูกโปร่ง ไปจนขาดความชื้น แต่เมื่อหลัง 5 เดือนแล้ว เครื่องปลูกชนิดนี้กลับจับตัวกันแน่น การระบายน้ำและอากาศไม่ดี ทำให้การเจริญเติบโตของรากไม่ดี ส่วนเครื่องปลูกที่ใช้อิฐเพียงอย่างเดียวนั้น เครื่องปลูกชนิดนี้เบา การยึดลำต้นไม่ดี ใบมีสีเหลืองและแคระแกร็น หน่อที่เกิดขึ้นแกร็นตามไปด้วย มีการเจริญเติบโตช้า รากเจริญ เติบโตช้าแต่สม่ำเสมอ รากยึดเครื่องปลูกแน่น เพราะอิฐเก็บความชื้นได้ แต่ไม่มีอินทรีย์วัตถุ ดังนั้นเครื่องปลูกชนิดนี้จึงสู้เครื่องปลูกผสมใบ ก้ามปู อิฐ ปุ๋ยคอก หรือเปลือกถั่วผสมปุ๋ยคอกไม่ได้

สรุปแล้วเครื่องปลูกที่เหมาะในการปลูกหน้าวัว ควรมีคุณสมบัติดังนี้ คือ เก็บรักษาความชื้นได้ดี มีการถ่ายเทอากาศได้พอเหมาะ ยึดราก และต้นหน้าวัวได้ดี และมีอาหารให้กับหน้าวัว ไปใช้ได้ทันที ประการสุดท้าย หาง่าย ราคาถูก